


NovaBizz
เกมส์ทําอาหาร
เกมส์แต่งบ้าน
เกมส์ปลูกผัก
เกมส์แต่งตัว
เกมส์แต่งหน้า
เกมส์ตัดผม
เกมส์จับคู่
Home
พัฒนาตนเอง
รู้จักตนเอง
กระบวนการ
แบบแผน
สัมพันธภาพ
การเงิน
บริหารเวลา
คุณสมบัติของผู้นํา
Tab 1Tab 2Tab 3Tab 4Tab 5Tab 6
คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี
1. การเป็นผู้รู้จักตนเอง(Self realization)
รู้ถึงความต้องการแห่งตน
รู้ถึงวิธีการสร้างเป้าหมายแห่งตน ไม่ว่าในชีวิตส่วนตัว หรืองาน
รู้ถึงขีดความสามารถแห่งตน ที่จะกระทำการใดๆ ได้เพียงใด
รู้ถึงวิธีการควบคุมตนเอง การมีวินัยในการใช้ชีวิต และการทำงาน
รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อตน และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น
รู้ว่าตนจะต้องลงทุนอะไร เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งต้องการ
รู้สึกได้ถึงความสุข ความทุกข์ ที่สัมผัสได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้ไดมาชี้นำ
ยอมรับความจริงได้ทุกอย่าง ไม่หลอกตัวเอง
2. การเป็นผู้รู้จักการวิเคราะห์หาเหตุและผล (Analytical Mind)
มองทุกสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า(Appearance)อย่างลึกซึ้ง คิดถึงที่ไป ที่มา ไม่ใช่แค่ที่เห็น
มองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลึกถึงเหตุปัจจัย (Cause) และสามารถคาดคะเนผลที่เกิดตามมา (Consequence) ในปัจจุบัน และในอนาคตได้
เป็นผู้ที่ตั้งคำถามตลอดเวลา "ใคร(Who)? ทำอะไร(What)? ที่ไหน(Where)? เมื่อไร(When)?
ทำไม(Why) อย่างไร(HOW)? " (5-W 1H)
เข้าใจถึง หลักการ "อริยสัจ" ของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างดี
เป็นผู้ที่ช่างสังเกต ให้ความสนใจในรายละเอียดเพื่อเก็บมาเป็นข้อมูล
มองพฤติกรรมบุคคล (Person) เหตุการณ์ (Event) สามารถโยงถึง หลักการ (Principle) ได้ และ ใช้หลักการ (Principle) สร้างวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา และป้องกันปัญหา เพื่อให้เกิดเหตุการณ์ (Event) ที่ต้องการ และ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล (Person) ให้อยู่ภายไต้การควบคุมได้
3. การเป็นผู้เรียนรู้ตลอดกาล (Life Long Learning)
มีความรู้สึกว่าตนไม่รู้อะไรอีกมาก และตระหนักถึงความเป็นผู้ใฝ่รู้ตลอดเวลา
เข้าใจดีกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้สิ่งที่เคยรู้เมื่อวันวานอาจไม่ใช่ในวันนี้อีกต่อไป
มองเห็น สิ่งของ ผู้คน เหตุการณ์ เป็นสื่อสอนตนได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดี หรือสิ่งเลว และสามารถเลือกเก็บมาจดจำ และหยิบออกมาใช้ได้อย่าง เหมาะสม
ใฝ่ค้นหา ติดตาม ความรู้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพ และการดำรงชีวิต
มุ่งเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและจริงจังให้เป็นผู้รู้และเข้าใจในแต่ละเรื่องอย่างแท้จริง
สามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา และเหมาะสม
การเรียนรู้มี 2 อย่าง เรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้และเรียนรู้สิ่งที่เรารู้ให้รู้มากขึ้น
นักปราชญ์บอกไว้ว่า ความรู้ที่แท้จริง คือการ "รู้ว่าเรารู้อะไร" และ "รู้ว่าเราไม่รู้อะไร" เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้น ให้ค้นหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ
กระบวนการเรียนรู้ของบุคคล เริ่มจาก ความปรารถนาของตน (Personal Vision) ถูกตั้งไว้ และกำหนดเป็นเป้าหมายใน
ขั้นตอนของชีวิต เรียนรู้รูปแบบ ความคิดแห่งตนและผู้อื่น (Mental Model) อย่างเข้าใจ
ให้ความสำคัญกับ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน (Shared vision) อย่างเปิดใจกว้าง และรับฟัง
ร่วมแรงร่วมใจทำงานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน (Team Llearning)
รู้จักการคิดเชิงระบบ (System thinking) มีทักษะการวิเคราะห์ มองเหตุผล และมองเห็น คาดการณ์ ผลลัพธ์ในอนาคตได้ และสามารถสังเคราะห์กระบวนการที่สามารถนำไป สู่ความสำเร็จที่ต้องการ ได้
ความรู้ดังกล่าวของบุคคลในกลุ่มที่อยู่ร่วมกัน สามารถ นำไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ได้ในที่สุด อันเป็น สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมโลกยุคใหม่ (New Society) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวดเร็ว และไม่สิ้นสุด
4. ความเข้าใจในจิตวิทยาการบริหาร
ในการบริหารงาน คงจะไม่ผิดนักหากจะพูดว่าพูด "คือการบริหารคน" นั่นเอง เพราะ คน เป็นผู้กำหนด วิธีการหรือระบบ (System) การได้มาและการบริหาร การใช้ไปของทรัพยากร (Resource Management) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลสำเร็จของงาน การที่จะบริการคนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ มีอารมณ์ และการแสดงออกที่ซับซ้อน ไม่ตรงไปตรงมา และมักมี "เป้าหมายซ่อนเร้นแห่งตน (Hidden Agenda)" อยู่ภายในเสมอ ทำให้การบริหารยาก และไม่อาจ กำหนดผลลัพธ์ อย่างตรงไปตรงมา ได้ ผู้นำที่เข้าใจจิตใจ ของมนุษย์ หากสามารถวิเคราะห์ผลกระทบของเหตุการณ์ต่อจิตใจของคนได้ ก็จะสามารถคาดเดา พฤติกรรม แสดงออกของคนคนนั้นได้ไม่อยาก และสามารถที่จะสร้างสถานการณ์รองรับไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกัน ผลเสียหายจากปฏิกริยาตอบโต้ของคนได้
5. การเป็นคนดี "Good Person"
คนเก่ง และคนดีเป็นของคู่กัน แต่บางครั้งไม่ไปด้วยกัน "คนเก่ง" สร้างได้ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งแก่เฒ่า โดยการเรียนรู้ทุ่มเท แต่ "คนดี" สร้างได้ยากกว่า นักจนบางครั้งก็สร้างไม่ได้เลย คนเรามีการพัฒนา Super ego ซึ่งได้แก่ มโนธรรม และอุดมคติแห่งตนในช่วงวัยเด็ก 5-10 ขวบ จากนั้นสิ่งที่ได้รับ มาจะกลายเป็น โครงสร้างพฤติกรรม ของคนๆ นั้น(Frame of Reference)เขาจะใช้มัน ปรับให้เข้า กับสิ่งแวดล้อม ที่สัมผัสโดยใช้ กระบวนการ ที่ซับซอ้นมากขึ้น การเป็นคนดีจะต้องมี การพัฒนาส่วนของ Super ego ของคนๆนั้น มาแล้ว เป็นอย่างดีโดย พ่อแม่ครูอาจารย์ ในช่วงปฐมวัย เมื่อเติบใหญ่ จะเป็นคนที่สามารถ ปรับสมดุล ในตนเองให้ได้ระหว่าง "กิเลส" จาก จิตเบื้องต่ำขับเคลื่อน ด้วย สัญชาติญาณแห่ง ความต้องการ ที่รุนแรงที่ไม่ต้องการเงื่อนไขและข้อจำกัดไดๆ กับ "มโนธรรม" ที่ขับเคลื่อนด้วย ความปารถนา ในอุดมคติแห่งตนที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดคนดี ควรมีคุณสมบัติดังนี้
มีความรู้ ไหวพริบ เฉลียวฉลาด (IQ= Intelligence Quatient) รู้แจ้งถึงความดีความชั่ว รู้ที่จะเอาตัวรอด จากเล่ห์อุบายของตัณหา คนชั่ว และนำพาตนเองและผู้คนให้เห็นแจ้งในทางที่ดีควร ประพฤติปฏิบัติได้
มีความอดกลั้น สติตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุ (EQ= Emotional Quatient) จนตกอยู่ในห้วง"กิเลส" คือ โลภะ โทษะ และโมหะ และเกิดปัญญาในการแก้ไข สร้างสรรค์ และเล็งเห็น ผลเลิศในระยะยาวได้
มีความอดทน มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (AQ= Adversity Quatient) พร้อมที่จะเสียสละแรงกาย เพื่อให้ได้มาซึ่งอุดมคติแห่งตน และความดีที่ยึดมั่น ไม่หวั่นไหว ต่อคงามลำบากและอุปสรรคไดๆ
ไม่เป็นผู้ยึดติดกับสิ่งไดสิ่งหนึ่งจนเกินพอดี(VQ= Void Quatient)รู้ที่จะ ปรับเปลี่ยน ตนเอง ตลอดเวลาให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ที่มี การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างเหมาะสม
ป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม (MQ= Moral Quatient) มีสำนึกของ "ความผิดชอบชั่วดี" มีความละอายใจต่อบาป ไม่ประพฤติชั่ว มุ่งทำแต่ความดี มีจิตใจที่ผ่องใส
ลงประกาศซื้อ-ขายสินค้า ฟรี!!!
สัมพันธภาพ
การปรับปรุงตนเองเพื่อสร้างมนุษยสัมพันธ์
วิธีจูงใจผู้อื่นให้คล้อยตามความคิดของเรา
วิธีปฏิบัติ 6 ประการ เพื่อทำให้ผู้อื่นชอบท่าน
วิธีปฏิบัติ 12 ประการ เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตามแนวความคิดของท่าน
วิธีปฏิบัติ 9 ประการเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้อื่น โดยไม่ให้มีความรู้สึกบาดหมางขุ่นเคือง
จิตวิทยาของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน
ทักษะการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น
วิธีชนะมิตรและจูงใจคน ของ เดล คาร์เนกี
มนุษยสัมพันธ์ในองค์การ
เครือข่าย Networking
การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล Interpersonal
Never be lied to again
9 วิธี เป็นคนเจ้าเสน่ห์ที่มีความสุข
คู่มือสะกดใจคน Get Anyone to do Anything
วิธีการอ่านและวิเคราะห์จิตใจคน
กลยุทธ์ชนะใจคน Dealing with difficult People
มนุษยสัมพันธ์กับการพัฒนาบุคลิกภาพ
การสร้างสัมพันธภาพ
ทฤษฎี 6 องศา Six Degrees of Separation
7 ประเภทนักบริหารสู่ความสำเร็จหรือล่มสลาย
ทฤษฎีภาวะผู้นำ
คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี
ความท้าทายของการเป็นผู้นำ
จริยธรรมผู้นำ Ethic
การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) 1
การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) 2
การบริหารความขัดแย้งในการทำงานเป็นทีม
ลงประกาศฟรี : อพาร์ทเม้นท์ คอนโดมีเนียม สำนักงานให้เช่า พื้นที่ค้าขาย
โรงแรม ที่พัก : ที่พักชะอํา ที่พักปาย ที่พักวังน้ำเขียว ที่พักหัวหิน ที่พักปราณบุรี ที่พักพัทยา ที่พักบางแสน ที่พักอัมพวา ที่พักสวนผึ้ง ที่พักเขาใหญ่
บ้านและสวน : บ้านและสวน การจัดสวน ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น
เกมส์ออนไลน์: เกมส์แต่งตัว เกมส์ทําอาหาร เกมส์ตัดผม
© 2005-2012 NovaBizz
Read more: http://www.novabizz.com/NovaAce/Relationship/Leadership_11.htm#ixzz1rGz0bvXj
http://www.novabizz.com/NovaAce/Relationship/Leadership_11.htm

สนุก! ค้นหา สารบัญเว็บไทย ข่าว อีเมล์ หาเพื่อน คิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด>> ค้นหาเว็บ
สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
หากมีปัญหาการใช้งาน ข้อเสนอแนะ ติ-ชม หรือมีคําถามอื่นใดโปรดติดต่อ
QQ : 12700938
:พูดคุยในเว็บบอร์ด
:ส่งอีเมล์หาเรา
หน้าแรกผู้หญิง > @เวิร์ค > World Wide Work
ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
การบริหารเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนและงาน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการบริหารงานดังนั้นจึงต้องใช้การปกครองอย่างมีศิลปะ เพื่อให้สามารถครองใจคนและได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพเกิดคุณภาพ ถือว่าเป็นศาสตร์และศิลป์ในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ การดูแล การจูงใจจะต้องนำก่อนทำเป็นตัวอย่างตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้เป็นที่ชื่นชมยินดี
ประเภทของผู้นำ
ผู้นำแบบเผด็จการ เป็นผู้นำที่มีความเด็ดขาดในตัวเองถือเรื่องระเบียบวินัย กฏเกณฑ์ข้อบังคับเป็นหลัก ในการดำเนินงานการตัดสินใจต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับผู้นำแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ในแง่การบริหารงานทางด้านวิชาการด้านธุรกิจจะเปรียบเสมือนกิจการที่เป็นเจ้าของบุคคลเดียว ที่มีการดำเนินการและตัดสินใจเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการเท่านั้น
ผู้นำแบบประชาธิปไตย ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในโลกปัจจุบัน ให้สิทธิ์ในการออกความคิดเห็น สิทธิในการเรียกร้อง รวมไปถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วยการเป็นประชาธิปไตยจึงเป็นลักษณะหนึ่งที่สังคมค่อนข้างจะยอมรับกันมากกว่าผู้นำประเภทอื่น ๆ
ผู้นำแบบตามสบาย เป็นผู้นำที่ไปเรื่อย ๆ มีความอ่อนไหวไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นผู้นำที่เป็นที่รักของผู้ร่วมงานอย่างมาก ผู้นำประเภทนี้จึงมีมากมายตามแต่ละกิจกรรมต่าง ๆ บางครั้งอาจมองว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีจุดยืนเป็นของตัวเอง หรือมองโลกในแง่ดีซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขยันอาจจะไม่ชอบลักษณะผู้นำประเภทนี้
ในทางปฏิบัติบางแห่งในตัวผู้นำอาจจะมีรูปแบบของการเป็นผู้นำทั้ง 2 ประเภทในคนเดียว อาจจะมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นออกมาแต่ละประเภท ซึ่งสามารถควบคุมการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลักษณะการใช้อำนาจของผู้นำแตกต่างกันออกไป เพราะในตัวผู้นำแต่ละคนมีอำนาจมีอิทธิพล สามารถดำเนินการหรือสั่งการได้ตามความเหมาะสม
การใช้อำนาจของผู้บริหารแบ่งได้ดังนี้
การใช้อำนาจเด็ดขาด อาจจะเป็นในวงการทหารหรือตำรวจ จะเห็นได้อย่างเด่นชัดซึ่งจำเป็นจะต้องมีความเด็ดขาดในการสั่งการ เพราะทหาร ตำรวจ จะต้องมีวินัยในการปกครองซึ่งกันและกัน บรรดาตำรวจที่มีอาวุธอยู่ในมือด้วยแล้ว หากขาดวินัยก็จะเสมือนกับกองโจรที่สามารถกระทำผิดได้ตลอดเวลา
การใช้อำนาจอย่างมีศิลปะ ผู้นำโดยทั่วไปเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีความอดทนรวมไปถึงประสบการณ์ในการบังคับบัญชาคน หากการทำงานโดยเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วผลงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นที่ยอมรับของคนโดยทั่วไป
การใช้อำนาจด้วยวิธีการปรึกษาหารือ เป็นลักษณะของการใช้อำนาจวิธีการหนึ่งซึ่งใช้กันอย่างมากมาย เพราะผู้บริหารที่เปิดใจกว้างย่อมได้รับการยอมรับของผู้ร่วมงานด้วยกัน โดยเฉพาะในเรื่องของการสอนงานแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในลักษณะการใช้อำนาจด้วยวิธีการปรึกษาหารือ
การใช้อำนาจแบบมีส่วนร่วม บางคนอาจจะบอกว่าการใช้อำนาจแบบมีส่วนร่วมถือเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเนื่องจากผู้บริหารเปิดใจกว้าง ผลผลิตที่ได้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดแต่จะต้องขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละคน ในทางทฤษฎีแล้ว การใช้อำนาจให้เป็นประโยชน์อาจเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมรวมถึงลักษณะของการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมนั้น ๆ
หน้าที่ของผู้นำแบ่งออกได้ดังนี้
ลักษณะของการควบคุม คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ใครมาควบคุม แต่ในทางปฏิบัติงานแล้ว การควบคุมอยู่ห่าง ๆ จะได้ผลดีตามมาในลักษณะของการติดตามผลงานอาจจะใช้การควบคุมด้วยระบบเอกสาร ระบบของงานที่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกันหรือเป็นการควบคุมในระบบด้วยตัวของมันเองอย่างอัตโนมัติ
ลักษณะของการตรวจตรา เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้นำหรือผู้บริหารที่จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวหรือผลการดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถแก้ไขในเหตุการณ์นั้น ๆ ได้ทันการ
ลักษณะของการประสานงาน การประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งการประสานงานในเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานถือว่าเป็นความจำเป็นและสำคัญอย่างมากในการปฏิบัติงาน
ลักษณะของการวินิจฉัยสั่งการ การสั่งการของผู้นำถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะผู้นำที่ดีจะรู้จักการใช้คนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การวินิจฉัยสั่งการที่ดีนั้นจะต้องมีความชัดเจนสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที
ลักษณะของการโน้มน้าวให้ทำงาน ผู้นำมีหน้าที่หลักอย่างหนึ่งคือการชักชวนให้สมาชิกมีความสนใจในการปฏิบัติงานหน้าที่การงานด้วยความตั้งใจ มีความซื่อสัตย์สุจริต และเต็มใจที่จะทำงานนั้น ๆ ให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากที่สุด
ลักษณะของการประเมินผลงาน การพิจารณาความดีความชอบตลอดระยะเวลาการทำงานของพนักงานถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่ง เป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานที่ดีควรกระทำเป็นระยะ ๆ และสามารถแจ้งผลให้ผู้ที่ถูกประเมินได้ทราบเพื่อจะได้แก้ไขในโอกาสต่อไป หากสามารถประเมินผลงานได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว ปัญหาด้านการบริหารงานบุคคลย่อมลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน
คุณสมบัติที่ดีของผู้นำ
มีความรู้ ความสามารถ การใช้สติปัญญานั้น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ เมื่อมีสติปัญญาดีก็เกิด
เป็นผู้มีสังคมดี คำว่าสังคมดีคือจะต้องมีลักษณะของการเป็นผู้นำที่มีอารมณ์มั่นคงมีวุฒิภาวะ มีความเชื่อมั่นในตนเองมีความสนใจและใช้กิจกรรมต่าง ๆ อย่างกว้างขวางเพื่อประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน
เป็นผู้ที่มีแรงกระตุ้นภายใน คือมีจิตสำนึกเกิดขึ้นในตัวของผู้นำ เป็นแรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ต่อแรงจูงใจที่จะโน้มน้าวให้ผู้ปฏิบัติงานมีความปรารถนาที่จะทำงานตรงนั้นให้เกิดความสำเร็จ
เป็นผู้ที่มีทัศนคติที่ดีและมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีผู้นำจะต้องตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของตัวเอง ของลูกน้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน มองโลกในแง่ดีในการที่จะทำให้กิจการต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย
ลักษณะของผู้นำที่จะทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
ต้องเป็นนักเผด็จการ หมายถึงผู้บริหารสามารถจะสั่งการได้อย่างเด็ดขาด ผลผลิตที่ได้มาส่วนใหญ่จะมาด้วยปริมาณ ส่วนเรื่องคุณภาพที่จะดีในช่วงแรก ๆ หากผู้นำสามารถสอดส่องดูแลอยู่ตลอดเวลา ผลผลิตก็อาจจะมีทั้งปริมาณและคุณภาพที่ดีตามไปด้วย
ต้องเป็นนักพัฒนา ผู้นำประเภทนี้จะต้องมีผู้ร่วมงานที่รู้ใจ สามารถสร้างสรรงานใหม่ ๆ ตลอดเวลา
ต้องเป็นนักบริหาร ผู้นำประเภทนี้จะใช้การทำงานด้วยวิธีใหม่ ๆ เปิดโอกาสให้สมาชิกได้ร่วมแสดงความคิดเห็นแม้กระทั่งในการวางนโยบายต่าง ๆ การทำงานโดยทั่วไปจึงเป็นไปในลักษณะประชาธิปไตย ผู้ร่วมงานจะต้องเป็นผู้มีคุณภาพเพียงพอ สามารถตอบสนองการทำงานในระบบใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี
ต้องเป็นนักเผด็จการอย่างมีศิลปะ ผู้นำประเภทนี้เป็นนักพูดที่เฉลียวฉลาด จะใช้การพูดเป็นการชักชวนให้เกิดการทำงานด้วยความเต็มใจ มีการเสนอแนะและหว่านล้อม ให้เห็นคล้อยตามไปโดยปริยาย
การบริหารงานในปัจจุบันนี้ผู้บริหารทุกคนจำเป็นต้องใช้ภาวะการเป็นผู้นำเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะจะสามารถได้ใช้หรือพยายามชี้ความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชา หรือพนักงานออกมาในการปฏิบัติงานให้มากที่สุด พึงระลึกไว้เสมอว่าพนักงานทุกคนมีความสำคัญอย่างมากในการปฏิบัติงาน เป็นผู้ที่ผลักดันให้งานทุกอย่างของกิจการนั้นสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น การบริหารงานที่ดีจะต้องมีผู้บริหารที่มีภาวะ ความเป็นผู้นำและเก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งการดำเนินชีวิตไปพร้อม ๆ กัน
++ รับ sms อ่านเคล็ดลับ tips ดีๆ น่ารู้ Update ให้คุณทุกวัน
รายละเอียด
AIS กด *48880521118
Dtac กด *19888821118
True Move กด *48880521118
Ads by Google
Beauty Tips For Women
Learn How to Apply Makeup Like an Expert - Only At Maybelline.com!
www.Maybelline.com
บัตรโทรศัพท์ไปไทย
1.5 ¢/นาที 133 นาทีสำหรับ $2. ซื้อตอนนี้และเริ่มโทรกลับบ้าน!
www.CallMuangThai.com
Pretty Philippine Women
Visit Our Premium Dating Site & Feel Free to Make Your Choice!
AsianBeauties.com
รวมเรื่องฮอต : คลิปเด็ด ภาพเด็ด ซุบซิบดารา กระทู้ฮอต ข่าวเด่น วาไรตี้ เกมส์-ไอที ข่าวกีฬา คลิกที่นี่
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 165918 ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เครียดไปหรือเปล่า...มาเช็คดีกรีความเครียดกันเถอะ!
อัพเดท ของประดับโต๊ะทำงานสุดเริ่ด
พูดอย่างไรให้น่าฟัง
แต่งตัวแบบนี้อยากโดนดีวันสงกรานต์
ระวังถูกหลอกก่อนได้งาน...
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 37
Ads by Google
42% off in Kissimmee - www.google.com/offers $139 for two-night stay for up to four guests (up to $243 value)
Who Builds Apps? Info - www.Info.com/WhoBuildsApps? Get Info On Who Builds Apps? Access 10 Search Engines At Once.
Apps - Make Apps Here - www.appsmakerstore.com Native, HTML5, Hybrid, Event, QR, Radio, Social, Ready Made & Customs
<12
Re: ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
36
คุณ: ่ััพาน [10 กันยายน 2554 - 18:13 น.] [110.49.243.XXX]
อ้างอิง
แจ้งลบ
Re: ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
35
คุณ: นางฟ้าสีทอง [24 กรกฏาคม 2554 - 14:35 น.] [202.29.94.XXX]
อ้างอิง
แจ้งลบ
Re: ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
34
ได้ความรู้เยอะมาก
คุณ: เด็กการจัดการ [20 กรกฏาคม 2554 - 10:42 น.] [203.158.192.XXX]
อ้างอิง
แจ้งลบ
Re: ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
33
คุณ: peyer [30 มิถุนายน 2554 - 16:03 น.] [183.182.98.XXX]
อ้างอิง
แจ้งลบ
Re: ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
32
คุณ: มีความรู้มากจร้า [20 มิถุนายน 2554 - 14:42 น.] [180.183.246.XXX]
อ้างอิง
แจ้งลบ
Re: ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
31
ดีมากค่ะ หน้าที่ของผู้นำ
คุณ: อาซะ อันวาร์ [20 มิถุนายน 2554 - 00:22 น.] [202.29.18.XXX]
อ้างอิง
แจ้งลบ
Re: ภาวะผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่ดี
29
หาชื่อคนแต่งไม่เจอ จะอ้างอิงยังไงเนี่ย น่าจะมีชื่อคนแต่งด้วยนะ
คุณ: การ [4 มีนาคม 2554 - 15:09 น.] [125.25.176.XXX]
อ้างอิง
แจ้งลบ
Ads by Google
Remote Computer Backup - www.Info.com/RemoteComputerBackup - Get Info On Remote Computer Backup. Access 10 Search Engines At Once.
DnnEagles - DNN Modules - www.dnneagles.com - DotNetNuke modules and application with low cost and full support
Qt Professional Services - www.kdab.com - Qt Consulting, Training and Addons Development - Migration - Mentoring
<12
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
ข้อความ:
ต้องการรหัสอื่น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
หาอะไร
คำยอดฮิต : วันวาเลนไทน์ ของขวัญวันวาเลนไทน์ ดอกไม้ วาเลนไทน์ เชียงใหม่ ดอกกุหลาบ จองโรงแรม ของขวัญ เสื้อกันหนาว ประวัติวันวาเลนไทน์ เสื้อผ้าแฟชั่น
ค้นหาเว็บไซต์ :สารบัญเว็บไทย ค้นหาเว็บทั่วโลก หางาน เว็บเด่นประจำวัน เว็บมาใหม่
ความรู้ :พจนานุกรม ความรู้ สารานุกรม ถาม-ตอบ สนุก! พีเดีย วันนี้ในอดีต
สาระบันเทิง:ข่าว หวย ดูดวง ฟังเพลงออนไลน์ คลิปวีดีโอ ดูทีวี เกมส์ เพลง-นักร้อง หนัง ละคร ดารา ผู้หญิง แม่และเด็ก ท่องเที่ยว เซ็กส์ ความรัก กล้อง มือถือ ยานยนต์ กีฬา ฟอร์มูล่าวัน วัยเรียน ชิงรางวัล
เพื่อนออนไลน์ :อีเมล์ อัลบั้มภาพ โพสต์รูป-โหวตรูป หาคู่ไทยเมท ห้องแชท เว็บบอร์ด หาเพื่อนคิวคิว สนุก! นกนก เว็บแชท
บริการ - ซื้อขาย :คลาสสิฟายด์ ประมูล ริงโทน-มือถือ โทร 1900 ดาวน์โหลด อีการ์ด Widget - Glitter เว็บบนมือถือ ท็อปฮิต รถมือสอง บ้านมือสอง
สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สนุก! ออนไลน์ นโยบายการใช้งาน
ติดต่อลงโฆษณา Search Marketing แผนผังเว็บไซต์ ร่วมงานกับสนุก! ช่วยเหลือ คุยกับเว็บมาสเตอร์ แจ้งปัญหาการใช้งาน
http://women.sanook.com/work/www/www_28334.php

2
3
คัดมาจาก นายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน
เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน
ปีพุทธศักราช 2545
การปฏิบัติราชการนั้น นอกจากมุ่งกระทำเพื่อให้งานสำเร็จไปโดยเร็ว
และมีประสิทธิภาพแล้ว ยังจะต้องกระทำด้วยสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดว่าสิ่งใด
เป็นความเจริญ สิ่งใดเป็นความเสื่อม อะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำ อะไรเป็นสิ่งที่ต้อง
ละเว้นหรือกำจัด ผลที่เกิดขึ้น จึงจะเป็นประโยชน์ที่แท้และยั่งยืนทั้งแก่ตนเอง
และส่วนรวม
วังไกลกังวล
วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2545
“การสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมสำหรับผู้บริหาร”
ในการดำเนินการสร้างราชการใสสะอาดของกรมการปกครอง
*******************************
นายชาติชาย อุทัยพันธ์
ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่
ผู้บริหาร นับว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาท
ในการกำหนดนโยบาย วางแผนการดำเนินงาน แนวการปฏิบัติ และเป็นตัวอย่างให้กับผู้อื่นที่อยู่ภายในองค์กร หากผู้บริหารเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกในการวางนโยบายและยึดแนวทางในการปฏิบัติอย่างมีคุณธรรม
อีกทั้งรู้จักการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และมีคุณธรรม ย่อมส่งผลมีมายังองค์กรและสังคมโดยส่วนรวม
ปัจจุบันสังคมได้ให้ความสำคัญวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจและคุณธรรม จริยธรรม ทำให้ผู้นำหรือผู้บริหารทุกระดับต้องปรับกระบวนทัศน์และวิธีคิดใหม่ เนื่องจากปัจจัย สิ่งแวดล้อม อาจส่งผลทำให้การเสริมสร้าง และพัฒนาจิตสำนึกในด้านคุณธรรมและจริยธรรมขาดความสมบูรณ์ ซึ่งการปลูกฝังหรือสร้างจิตสำนึกในด้านคุณธรรมนั้น จะต้องมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
นักบริหารหรือผู้นำที่มีคุณธรรมนั้น ควรมีลักษณะที่สำคัญยิ่ง 3 ประการ ดังนี้
1. มีความรู้และเป็นผู้มองการณ์ไกล สามารถวางแผนงานให้เหมาะ รู้จักงาน รู้จักตนเอง และผู้อื่น ใช้ได้กับบุคคลต่าง ๆ ในทุกสถานภาพ ผู้บริหารระดับสูงต้องมีสติปัญญา
2. มีความเชี่ยวชาญ แม่นยำ มั่นคงต่องานที่ตนบริหารอยู่
3. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถผูกใจคนได้ทั้งผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ การมีมนุษย์สัมพันธ์นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความจริงใจให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลัง ผู้บริหารที่มีความพร้อมในด้านนี้ จะสามารถบริหารกิจการได้อย่างราบรื่น เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย นับว่าคุณธรรมข้อนี้สำคัญมาก จะต้องอยู่ในตัวผู้นำทุกระดับไม่ว่าระดับสูง กลาง หรือระดับพื้นฐาน
สำหรับผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ หมายถึง การบริหารงานจนบรรลุเป้าหมายสูงสุดนั้น จะต้องมีคุณธรรมประจำตัวด้วย แยกความสำคัญและรายละเอียดเป็น 4 ข้อ ดังนี้
1) นักบริหารต้องมีความรอบรู้ รอบรู้ถึงงานในหน้าที่ ตลอดถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง นักบริหารต้องเริ่มต้นบริหารตนเอง บริหารคน และบริหารงานให้เป็น ต้องเป็นคนอ่านมาก ฟังมาก เกาะติดกับสถานการณ์รอบด้าน เมื่อได้ข้อมูลสิ่งใดมาต้องรู้จักวิเคราะห์ว่าสิ่งที่ได้ยิน ได้รู้มานั้นมีความถูกต้องแค่ไหน ต้องมีใจที่หนักแน่นไม่เอนเอียง ไม่มีอคติ คือ ตัวเองต้องเป็นคนที่มีความยุติธรรมประจำใจนั่นเอง
การมีปัญญารอบรู้ดังกล่าวยังไม่พอเพียง ถ้าไม่รู้จักนำความคิด นำความรู้มาปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ เมื่อมีปัญหาใด ๆ ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้สามารถแก้ไขได้ในทันที
2
2) ความขยันหมั่นเพียรและกำลังใจเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน คนมีปัญญาแต่ขาดกำลังใจในการทำงาน งานก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะความที่ไม่กล้าตัดสินใจ ผู้บริหารควรกล้าคิดและกล้าทำ
งานใดที่ยากมีอุปสรรคมากเพียงใดก็ไม่ท้อถอย เมื่อลงมือทำสิ่งใดแล้วเกิดมีอุปสรรคย่อย ๆ ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา ใช้กำลังใจ ความมุ่งมั่น เพียรพยายาม สิ่งใดที่คิดว่ายาก ลำบาก จะเบาบางลง ที่คิดว่าต้องใช้เวลานาน สิ่งเหล่านี้จะหมดไปในที่สุด ผลที่ตามมา คือความเชี่ยวชาญและผลสำเร็จได้ชื่อเสียงเกียรติยศเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไป
3) การจะเป็นนักบริหารที่สังคมยอมรับ ไม่ควรจะมีจุดด่างพร้อยในชีวิต ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม นักบริหารหลายคนหมดอนาคตในความเป็นผู้นำเพราะถูกจับได้ว่าทุจริตต่อหน้าที่ หรือบางคนควรได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่ในระดับสูง แต่เพราะได้มีการทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แม้ไม่ได้ตั้งใจก็ทำให้ต้องเสียตำแหน่งให้ผู้อื่นที่มีคุณสมบัติในการทำงานด้อยกว่า แต่ประวัติส่วนตัวไม่ด่างพร้อย เป็นต้น
4) นักบริหารต้องมีจิตใจเอื้อเฟื้อ พร้อมที่จะให้การสงเคราะห์กับเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา การให้จะผูกใจคนอื่นไว้ได้ การให้ในที่นี้รวมไปถึงการให้คำแนะนำ ถ่ายทอดวิชาความรู้ หรือเคล็ดลับในการทำงานต่าง ๆ อย่างไม่ปิดบัง ให้อภัยเมื่อมีการผิดพลาดในการทำงานหรือมีการกระทบกระทั่งล่วงเกินกันจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีการให้อภัยก็ย่อมได้รับมิตรภาพคืนมา ยิ่งถ้าเป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดแต่สิ่งดีงาม ไพเราะ อ่อนหวาน มีความจริงใจ และเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายก็สามารถมัดใจได้ดีเช่นกัน หรือการทำตัวให้เป็นประโยชน์ในทางหนึ่งทางใด เช่น ให้การช่วยเหลือ
เมื่อได้รับการร้องขอ หรือการสงเคราะห์ด้วยความเมตตา การกระทำเหล่านี้ ควรทำอย่างสม่ำเสมอจึงจะ
ได้ชื่อว่าเป็น “ผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ยอดเยี่ยม”
นักบริหารต้องมีพรหมวิหารธรรม คือ ธรรมสำหรับผู้ใหญ่ 4 ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา และสิ่งที่จะเพิ่มคุณภาพของผู้บริหารที่ดีอีกประการหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ คือ การมีบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งการมีบุคลิกดีนั้นเกิดได้ภายใน คือ จากใจเป็นบุคลิกส่วนตัวทางหนึ่ง และภายนอก คือ การแต่งกายที่ถูกกาลเทศะ การระมัดระวังกิริยา มารยาท เหล่านี้จะเป็นส่วนเสริมให้ผู้บริหารได้รับการ
ยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมและคุณภาพอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ “ข้าราชการ” จะต้องมีวิสัยทัศน์ และร่วมกันดำรงความมั่นคงรุ่งเรืองของบ้านเมือง โดยมีวิจารณญาณ มีคุณธรรม มีความเสียสละและมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ ตามแนวทางที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ทรงตรัสไว้ว่า “ข้าราชการมิใช่อภิสิทธิ์ชน หากแต่จะต้องบำเพ็ญตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม” ให้
3
เป็นอนุสติเตือนใจถึงคุณค่าแห่งความเป็นข้าราชการในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเป็นหลักเกียรติศักดิ์ที่ยังยืนแก่สถาบันข้าราชการสืบไป
อย่างไรก็ตามในมาตรการสร้างคุณธรรมนั้น องค์กรจะต้องพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีจิตสำนึก มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกสรรบุคลที่พร้อมจะรับการพัฒนา ในขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาระดับสติปัญญา ลักษณะบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย และระดับจิตสำนึกพื้นฐานที่ได้รับการปลูกฝังมา นอกจากนี้ยังจะต้องเป็นผู้ที่พร้อมที่จะยอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะ
รับการพัฒนาตนเองควบคู่ไปกับการยอมให้ความร่วมมือให้ผู้อื่นพัฒนาให้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ร่วมกันส่งเสริมให้เกิดการสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมแก่ผู้บริหารให้เกิดความมั่นคงขึ้นในสังคมไทยต่อไป
************************************
ลักษณะผู้บริหารที่ดี
1. มีภาวะผู้นำ ไม่หูเบา มีเหตุผล
2. มีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ โปร่งใส
3. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทันเหตุการณ์ รอบรู้
4.กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ แบบมีเหตุผล ไม่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ หรือ คนข้างเคียง
5. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส วาจาสุภาพ มีสมบัติผู้ดี
6.ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก
7.ต้องรักษาคำพูด และมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
8.เป็นตัวอย่างที่ดี
9.ใช้บุคลากรในโรงเรียนให้ตรงกับความรู้และความสามารถ
10.ใช้ระบบคุณธรรม นำระบบอุปถัมภ์
11.มีความริเริ่มสร้างรรค์
12.มีทักษะในการวิเคราะห์แก้ปัญหาและตัดสินใจ
13.มีความรู้ทางวิชาชีพ
ผู้บริหารที่ดีควรจะต้องเรียนรู้และศึกษางาน เข้าถึงผู้ใต้บังคับบัญชาโดยมอบหมายงานให้เหมาะสมกับคนและให้ความรู้หรือสอนงาน ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ให้การอนุเคราะห์ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างพอเหมาะ ติในที่ลับ ชมในที่แจ้ง ให้รางวัลเมื่อทำดี มีไมตรีอย่างทั่วถึง บุคลิกน่าเชื่อถือ ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ภักดีต่อหน้าที่ พัฒนาคน พัฒนางานตลอดเวลา ก็น่าจะดีแล้วนะ
คุณสมบัติของผู้บริหารที่ดี มี 4 อย่าง ดังนี้
1. จะต้องมีหูตากว้างไกล มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน ปรับตัวทันกับการเปลี่ยนแปลงในปัจุบัน
เรียกว่า ดีที่หู
2.คอยดูอยู่เสมอว่าจะมีใครเข้ามาติดต่องานที่สำนักงานหรือไม่ โดยจะต้องหันซ้าย หันขวา
ดูแขกไปใครมา อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เรียกว่า ดีที่หัน
3. คอยดูแลสารทุกข์สุขดิบของลูกน้อง อยู่เสมอ เรียกว่า ดีอย่าห่างเหิน
4. ถ้าจะให้ดีสุดๆ ต้องนำดีที่ 1 ถึง 3 รวมกันเป็นดีที่ 4 เรียกว่า ดีหลายๆเท่า
คุณธรรมและจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปสำหรับข้าราชการ
ข้อ 1 พึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงต่อเวลา และมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
ข้อ 2 พึงละเว้นการแสวงหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ข้อ 3 พึงปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณธรรม โปร่งใส ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และมีความรับผิดชอบ ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
ข้อ 4 พึงวางตนเป็นกลางทางการเมือง ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถตามนโยบายของรัฐบาล
ข้อ 5 พึงปฏิบัติงานโดยยึดหลักประหยัด มีประสิทธิภาพ และความเหมาะสม
ข้อ 6 พึงให้บริการที่ดีแก่ผู้มาติดต่อราชการ และปฏิบัติต่อผู้ร่วมงานด้วยความสุภาพ มีอัธยาศัยไมตรี และมีน้ำใจ
ข้อ 7 พึงวางตนให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เหมาะสมแก่ฐานานุรูปของข้าราชการ โดยคำนึงถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่
ข้อ 8 พึงยกย่องส่งเสริมคนดีและไม่ส่งเสริมคนไม่ดีให้มีอำนาจ รวมทั้งไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้กระทำความผิด
ข้อ 9 พึงปฏิบัติงาน โดยประสานงานกับส่วนราชการ องค์กรเอกชนและประชาชนเพื่อสร้างพลังแผ่นดินในการแก้ไขปัญหา
ข้อ 10 พึงเสริมสร้างบรรยากาศในการปฏิบัติงานร่วมกัน สร้างทีมงานและช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการปฏิบัติงาน
คัดมาจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
หลักธรรมของนักบริหาร
ในความเป็นจริงแล้วคุณธรรมที่นักบริหารทุกคนควรมีอยู่ในตัว คือ “ความ ดี” โดยตัวของความดีแม้จะจับต้องไม่ได้แต่รู้สึกได้ “เราเห็นเราได้ยินพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่มองพระเจ้าอยู่หัว คนไทยไม่เคยซึมซับหลักของพระเจ้า อยู่หัวที่นำคุณธรรมการบริหารมาใช้เป็นตัวอย่างกว่า 60 ปีมาแล้ว เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ซึ่งมีการพูดถึงก่อนหลักของชาวตะวันตกที่เพิ่งมาพูดถึงธรรมาภิบาล (Good Governance) เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ทำให้ไทยวัดความสุขอยู่ที่อันดับที่ 32 ของ โลก”
ดร.สุเมธ ยกตัวอย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นักบริหารแถวหน้าของโลกให้เห็นตัวอย่าง ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ดร.สุเมธ ยังมองลงลึกต่อไปอีกว่า บริษัทที่ดำเนินธุรกิจจะทำกำไรก็ทำไป แต่ต้องมีความสุข ต้อง อยู่ภายใต้ “ทศพิธราชธรรม” ซึ่งเป็นหลักธรรมของนักบริหาร 10 ข้อ พระองค์ก็ทรงเป็นนักบริหาร เพราะทศพิธราชธรรมมีทุกมิติมากกว่า Good Governance ของฝรั่งเสียอีก ประกอบด้วยหลัก ธรรม 10 ข้อ ที่เป็นธรรมสำหรับพระราชา ในการใช้พระราชอำนาจและการบำเพ็ญประโยชน์ต่อ อาณาประชาราษฎร์ คือ
1. ทานัง หรือการให้โดยไม่หวังประโยชน์ หมายถึงการพระราชทานพระ ราชทรัพย์ส่วนพระองค์ การทรงเสียสละพระกำลังในการปกครองแผ่นดิน การพระราชทานพระราช ดำริอันก่อให้เกิดสติปัญญาและพัฒนาชาติ การพระราชทานเสรีภาพอันเป็นหัวใจแห่งมนุษย์
2. ศีลัง หรือการตั้งและทรงประพฤติพระราชจรรยานุวัตร พระกาย พระวาจา ให้ปราศจากโทษ ทั้งในการปกครอง อันได้แก่ กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา อันได้แก่ เบญจศีล มาเสมอ
3. ปริจาคัง หรือการบริจาค อันได้แก่ การที่ทรงสละสิ่งไม่เป็นประโยชน์หรือมีประโยชน์ น้อยเพื่อสิ่งที่ดีกว่า คือ เมื่อถึงคราวก็สละได้ แม้พระราชทรัพย์ ตลอดจนพระโลหิต หรือแม้แต่ พระชนม์ชีพ เพื่อรักษาธรรมและพระราชอาณาจักรของพระองค์
4. อาชชะวัง หรือความซื่อตรง อันได้แก่ การที่ทรงซื่อตรงในฐานะที่เป็นผู้ปกครอง ดำรงอยู่ใน สัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อ พระราชสัมพันธมิตร และอาณาประชาราษฎร์
5. มัททะวัง หรือทรงเป็นผู้มีอัธยาศัยอ่อนโยน เคารพในเหตุผลที่ควร ทรงมีสัมมาคารวะต่อผู้ อาวุโสและอ่อนโยนต่อบุคคลที่เสมอกันและต่ำกว่า
6. ตะปัง หรือความเพียรที่แผดเผาความเกียจคร้าน คือ การที่พระมหากษัตริย์ทรงตั้งพระราช อุตสาหะปฏิบัติพระราช กรณียกิจให้เป็นไปด้วยดี โดยปราศจากความเกียจคร้าน
2
7. อักโกธะ หรือความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ไม่พยายามมุ่งร้ายผู้อื่น แม้จะลงโทษผู้ทำผิด ก็ทำตามเหตุผล และสำหรับพระมหากษัตริย์นั้นต้องทรงมีพระเมตตาไม่ทรงก่อเวรแก่ผู้ใด ไม่ทรง พระพิโรธโดยเหตุที่ไม่ควร และแม้จะทรงพระพิโรธ ก็ทรงข่มเสียให้สงบได้
8. อะวีหิสัญจะ คือ ทรงมีพระราชอัธยาศัย กอปรด้วยพระมหากรุณา ไม่ทรงก่อทุกข์หรือเบียด เบียนผู้อื่น ทรงปกครองประชาชนดังบิดาปกครองบุตร
9. ขันติญจะ คือ การที่ทรงมีพระราชจริยานุวัตร อันอดทนต่อสิ่งทั้งปวง รักษาพระราชหฤทัย และพระอาการ พระกาย พระวาจา ให้เรียบร้อย
10. อะวิโรธะนัง คือ การที่ทรงตั้งอยู่ในขัตติยราชประเพณี ไม่ทรงประพฤติผิดจากพระราชจริยา นุวัตร นิติศาสตร์ ราชศาสตร์ ไม่ทรงประพฤติให้คลาดจากความยุติธรรม ทรงอุปถัมภ์ยกย่องคนที่ มีความชอบ ทรงบำราบคนที่มีความผิดโดยปราศจากอำนาจอคติ 4 ประการ (ลำเอียงเพราะรัก, เกลียด, โง่เขลาและเพราะกลัว) และไม่ทรงแสดงให้เห็นด้วยพระราชหฤทัยยินดียินร้าย
การบริหารต้องขับเคลื่อน-นวัตกรรม
เพราะฉะนั้น ธรรมะที่ดีสำหรับนักบริหารที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จต้องทำเป็นนิสัยจนไม่ รู้สึกว่าเราทำข้อใด การฟังธรรมะต้องฟังด้วยความรื่นเริง คึกครื้นสนุกสนานจึงจะทำให้มีความสุข การจะบริหารองค์กรให้ไปสู่ความสำเร็จได้ก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้เช่นกัน ต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดพลัง ขับเคลื่อน (Dinamic) ทำให้เกิดนวัตกรรม (Innovation)
จากการที่ได้ถวายงานพระเจ้าอยู่หัวมา 26 ปี ได้เห็นหลักการบริหารของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่เป็นนักต่อสู้ บริหารประเทศด้วยความเรียบง่ายด้วยการใช้หลักธรรมะ การเป็นนัก บริหารต้อง Respect ตลอดเวลา หรือบริหารเวลาสำคัญที่สุด
ดังนั้น ความสำเร็จของการบริหารจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ จนก่อตัวเป็น “ความดี” ไม่ใช่วัดความสำเร็จจากกำไรเท่านั้น
นอกจากความสามารถในการเป็นนักพัฒนาและนักบริหารแล้ว ยังมีชื่อเสียงดีเด่นในเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริตอีกด้วย ตลอดระยะเวลาที่รับราชการอยู่จนปลดเกษียณ ได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย และ สมถะ ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อยในเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว แม้ว่างานที่ท่านรับผิดชอบจะเกี่ยวข้อง กับเงินทองมากมายและยังสามารถให้คุณให้โทษกับผู้คนในวงการต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ถือเป็นแบบอย่างอันดีของข้าราชการและนักบริหารภาคเอกชน ที่คนไทยทุกคนอยากให้เกิดขึ้น มากๆ ในประเทศไทย ซึ่งถูกจัดอันดับจากสังคมโลกให้อยู่ในแถวหน้าของประเทศที่มีปัญหาด้าน การคอรัปชั่นมาเป็นเวลายาวนาน
ซึ่งหลักที่จะนำผู้บริหารไปสู่ความสำเร็จได้ ทั้งหมดมีบัญญัติไว้ในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ก่อนที่ฝรั่งจะพูดถึง Good Governance หรือธรรมาภิบาลนับพันปี...
คุณธรรมของผู้นำ 7 ประการของ Aristotle
1. ความยุติธรรม
2. ความกล้าหาญ
3. ความมีสติและมั่นคงทางอารมณ์
4. ความโอบอ้อมอารี
5. มีเกียรติยศชื่อเสียง
6. มีความเห็นอกเห็นใจ
7. มีวาจาสัตย์
ธรรมะในการบริหารราชการ 5 ประการของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
1. ไม่ใช้อำนาจและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
2. ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวในหน้าที่การทำงานของตนขัดกับผลประโยชน์ส่วนรวม
3. ทำงานให้รวดเร็ว เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน
4. ไม่มุ่งช่วยเหลือชนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะ
5. ไม่เอาเปรียบส่วนรวมหรือทำให้จิตใจของข้าราชการที่ดีเสื่อมลง
ทำอย่างไร จึงจะมีคุณธรรมและจริยธรรม
คนที่จะมีคุณธรรม จริยธรรมได้จะต้องมีพื้นฐาน 6 ประการ
1. ต้องรู้จักละอายต่อบาป (เมื่อบาปปรากฏ)
2. ต้องรู้จักละอายตัวเอง (เมื่อกระทำผิด)
3. ต้องรู้จักความพอ (จึงจะห้ามใจได้)
4. ต้องไม่ลืมตัวบ่อยและง่ายเกินไป (จะได้ไม่เผลอฉวยโอกาส)
5. ต้องรู้จักกฎธรรมชาติ (Natural Law) ของความพอดี อะไรควรเป็นของเรา
6. เอาใจเขามาใส่ในเรา คิดถึงคนอื่น การมีคุณธรรม จริยธรรม ระดับหนึ่งไม่ใช่ของยาก คนเราเมื่อมีการศึกษาระดับหนึ่งก็จะต้องมีจิตสำนึกและมีความรู้สึกเกี่ยวกับคุณธรรมในระดับหนึ่ง แต่การใช้ “คุณธรรม” อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก เพราะมนุษย์โดยปกติก็มี ความโลภ (ในทรัพย์สิน) ความหลง (ในอำนาจ) ความรักใคร่พรรคพวกเพื่อนฝูง
ดังนั้น เมื่อเป็นผู้บริหารมีอำนาจมากขึ้น มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมากขึ้น โอกาสที่จะใช้ “คุณธรรม” ในการบริหารเฉไปก็มีมากขึ้น และโดยปกติก็จะกลายเป็นถนน One Way เสียแล้วเสียเลย ยากที่จะกลับคืนมาจนกว่ากำลังจะตาย จึงสำนึกได้ คุณธรรมและจริยธรรมดูเหมือนจะเป็นของคู่กันและจะต้องกระจายไปในสังคมมากพอสมควร จึงจะยั่งยืนได้ ถ้ามีคนจำนวนน้อยมี คงจะได้รับการยกย่อง กล่าวขานตามสมควร แต่ช่วยสังคมไม่ได้ เป็นแค่ตัวอย่าง ตัวเองอยู่ไม่รอด คุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องทำให้คนเห็นดี เห็นงามง่าย แต่ยากที่จะทำให้คนนำไปปฏิบัติ เพราะ คนเรามักจะมองประโยชน์ตัวเองมากกว่าผู้อื่นและไม่ค่อยรู้จัก “ความพอ” หรือ “ความพอดี”
การสร้างระบบคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับนักบริหาร เหมือนๆ หรือคล้ายๆ กับระบอบประชาธิปไตย ต้องใช้เวลาในการเพาะบ่มเพราะมีความละเอียดอ่อนมาก ต้องอาศัยปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเพาะบ่ม และจะต้องไม่มีการเว้นวรรคบ่อยเกินไป เชื่อว่า นักบริหารที่มีคุณธรรมและจริยธรรมมีอยู่มาก แต่ไม่มากพอที่จะเป็นคนหมู่มาก จึงมีนักบริหารที่ได้รับการยกย่องให้เห็นกันอยู่บ่อย แต่นักบริหารจำนวนไม่น้อยก็เอาตัวไม่รอด เพราะใจตัวเองบ้าง เพราะการกระทำของผู้มีอำนาจสูงบ้าง ถ้าจะถามว่าผู้ทำลายที่แท้จริงคือใคร น่าจะพอๆ กัน ปัจจุบันประการหลังอาจจะมากกว่า
ว่าที่ร.ต.สมชาย พุกผล
chaiphuk@hotmail.com
(วิทยากร และที่ปรึกษาอิสระ ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์)
ในปัจจุบันมีการกล่าวถึงเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ของผู้มีอำนาจ หรือผู้บริหารในภาครัฐ รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในภาคเอกชน อย่างกว้างขวาง จนทำให้ผู้คนในสังคมปัจจุบันกำลังเกิดข้อกังขาว่าผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจ กำลังขาดหลักการบริหารเหล่านี้จริง (ทั้งที่สังคมไทยก็เป็นสังคมแห่งพุทธศาสนามากว่า 700 ปี) ถึงขนาดนำหลักการด้านการเสริมสร้างจริยธรรม ธรรมาภิบาล และการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ มาประกาศเป็นวาระแห่งชาติกันอย่างจริงจังในรัฐบาลยุคปัจจุบัน
หลาย ๆ องค์กรพยายามที่จะสรรหา ควานหา แย่งตัว ซื้อตัว "คนเก่ง" ที่เป็นทั้ง "คนเก่ง" และ "คนดี" แต่ถ้าองค์กรใด ได้คนเก่งที่เป็นคนไม่ดีแล้ว คงจะไม่เป็นผลดีแก่องค์กรแน่ ความจริงอย่างหนึ่งคือ องค์กรต่าง ๆ มักจะมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรระดับกลาง ถึง ระดับล่าง มากเกินไป จนละเลยการพัฒนาฝึกอบรม ผู้บริหารระดับสูง ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ควรมีการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง ในด้านหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม จริยธรรม หรือจรรยาบรรณในการบริหารธุรกิจ เพราะปัจจุบันนี้จะมีเพียงผู้บริหารบางคนในบางองค์กรเท่านั้นที่ได้พัฒนาจิตใจของตัวเองโดยการฝึกสมาธิ ขัดเกลาจิตใจตัวเองโดยอาศัยคำสอนทางศาสนา การพัฒนา "จิตใจ" นี้ถือเป็นจุดสำคัญเพราะใจเป็นบ่อเกิดของกิเลส เป็นบ่อเกิดของความชั่วและความดี ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม การที่เราจะไปยับยั้งหรือป้องกันพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากแต่ถ้าจะดับกิเลสให้ถาวรนั้นจะต้องพัฒนาจิตใจของผู้บริหารให้เกิดความเข้มแข็งและต่อสู้กับฝ่ายอธรรมในจิตใจของตัวเองให้ได้เสียก่อน เพราะว่ายิ่งเก่งกว่าคนอื่นมากเท่าไหร่ โอกาสเข้าใกล้การทุจริตคอรัปชั่นก็มีมากขึ้นเท่านั้น ในช่วงแรกๆ กระแสของ บรรษัทภิบาล มาแรงมาก เพราะทุกคนเชื่อว่ามันจะสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สื่อสัตย์ ไม่โปร่งใสของการบริหารงานได้ แต่วินาทีนี้ ไม่มีใครออกมารับรองได้ว่าระบบบรรษัทภิบาลเพียงระบบเดียวจะสามารถสกัดกั้น "กิเลส" ของคนเก่งๆ ที่เป็นผู้บริหารได้ เพื่อป้องกันมิให้กิเลสของผู้บริหารเข้ามาลุกลามในองค์กร เราควรเสริมสร้างระบบคุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้บริหาร หรือผู้ที่มีอำนาจ ได้อย่างไร ?
ที่นี้เรามาดูกันสักหน่อยว่า คุณธรรม จริยธรรม ของผู้บริหารนั้นจะต้องเสริมสร้างในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สนองตอบและส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมไทยได้
2
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี หลักธรรมที่เรียกว่า พรหมวิหาร 4 (Holy Abiding) ได้แก่
1. เมตตา (Living Kindness) แปลว่า ความรัก หมายถึง รักที่มุ่งเพื่อปรารถนาดี โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ
2. กรุณา (Compassion) แปลว่า ความสงสาร หมายถึง ความปรานี ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ สงเคราะห์สรรพสัตว์ที่มีความทุกข์ให้หมดทุกข์ตามกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังทรัพย์
3. มุฑิตา (Sympathetic Joy) แปลว่า มีจิตอ่อนโยน หมายถึง จิตที่ไม่มีความอิจฉาริษยาเจือปน มีอารมณ์สดชื่นแจ่มใสตลอดเวลา
4. อุเบกขา (Neutrality)แปลว่า ความวางเฉย นั่นคือ มีการวางเฉยต่ออารมณ์ที่มากระทบ และทรงความยุติธรรมไม่ลำเอียงต่อผู้ใดผู้หนึ่ง
คงไม่ต้องขยายความมากกว่านี้นะครับ เพราะชาวพุทธ หรือไม่ใช่ชาวพุทธ ที่เคยเรียนโรงเรียนในประเทศไทยทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แต่ผู้บริหารอย่าหลงไปยึดถือเอา พรมวินาศ 4 เป็นที่ตั้งก็แล้วกัน ซึ่งได้แก่ “บ้าอำนาจ ฉ้อราษฎร์บังหลวง หลอกลวงลูกน้อง ยกย่องคนชั่ว”
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี ธรรมะที่เรียกว่า สังคหวัตถุ 4 (Base of Sympathy) ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจผู้อื่น หรือธรรมเพื่อให้คน เป็นที่รักของคนทั่วไป อันได้แก่
3
1. ทาน (Giving Offering) คือการให้ เสียสละ แบ่งปันแก่ผู้อื่น
2. ปิยวาจา (Kindly Speech) คือ พูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพ นุ่มนวล เหมาะแก่ บุคคล เวลา สถานที่ พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ พูดในทางสร้างสรรค์ พูดให้เกิดเกิดพลังใจ
3. อัตถจริยา (Useful Conduct) ทำตนให้เป็นประโยชน์ ตามกำลังสติปัญญา ความรู้ ความ สามารถ กำลังทรัพย์ และเวลาที่มี อย่างไม่เป็นที่เดือนแก่ตน หรือผู้อื่น
4. สมานัตตตา (Even and Equal Treatment) คือวางตนให้เสมอต้น เสมอปลาย วางตนเหมาะสมกับฐานะ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ร่วมทุกข์ร่วมสุข สม่ำเสมอ คือ เราควร
จะเป็นคนที่ “โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ปวงชน วางตนได้เหมาะ“
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี จริยธรรม (Ethics) มีมาตรฐานของการกระทำ และพฤติกรรม อันเป็นเครื่องบ่งบอกให้เห็นถึงการเป็นผู้ทรงเกียรติ ที่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก หรืออะไร ที่ผิด โดยใช้ดุลยพินิจพิจารณาในเชิงศีลธรรม คือ
1. มีบุคลิกภาพการเป็นผู้มีจริยาที่ดี ทั้งการแต่งกาย การพูดจา การแสดงออกทั้งทาง กายจริยา (กาย) วจีจริยา (วาจา) และมโนจริยา (ใจ) ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ โดยต้องอยู่ในพื้นฐานของการให้เกียรติ (Honorific) ผู้อื่นเสมอ
1. กายจริยา หมายความว่า การปฏิบัติการงานซึ่งต้องใช้กายเป็นสำคัญ โดยต้องรักษาระเบียบแบบแผน ถือเอาเหตุผลเป็นสำคัญขณะเดียวกันต้องไม่ถ่วงเวลาผู้อื่น ไม่ละเลยงานในหน้าที่ และต้องทำงานให้ลุล่วงทั้ง "ต่อหน้าและลับหลัง"
2. วจีจริยา หมายความว่า การปฏิบัติการงานด้วยคำพูดเป็นสำคัญ ต้องน่าเชื่อถือได้ ต้องถือหลักว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์"
3. มโนจริยา หมายความว่า ตั้งจิตใจมั่นในการปฏิบัติงานทุกอย่างซึ่งเป็นหน้าที่ของตน ปักใจลงในการงานนั้นเห็นว่าการงานดีทั้งหลายรู้ได้เมื่อทำเสร็จ มิใช่รู้ได้เมื่อกำลังทำ หรือก่อนทำปักใจลงในการทำงานอย่างนี้ ชื่อว่าปฏิบัติทางใจด้วยดี โดยต้องทำงานด้วยใจสัตย์ มีมานะในการทำงานไม่เกียจคร้าน ไม่หวังพึ่งพาผู้อื่น ต้องรู้จักแบ่งเวลาในการทำงานและเวลาพักผ่อนโดยสมควร รักษาความเป็นระเบียบแบบแผน รู้รักษาหน้าที่ที่พึงปฏิบัติ ต้องทำจริง ไม่ดึงดันในสิ่งที่ผิด ต้องคอยหมั่นตรวจสอบการงานอยู่เสมอเพื่อป้องกันการผิดพลาดอันเป็นการรองรับสถานการณ์ที่ อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา
4
2. มีความสามารถในการตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างเป็นกระบวนการ
3. อดทน สุขุม เยือกเย็น รู้จักควบคุมอารมณ์
4. ปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างถูกต้อง และยุติธรรม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
5. ไม่หลงอำนาจ ไม่ระแวงสงสัย หรือแสดงการดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น
6. รู้จักให้อภัย กล้ารับผิด รับชอบ
7. ไม่ปกป้องตนเอง และปกป้องพรรคพวกเพื่อนพ้องในทางที่ผิด
8. รู้จักการระงับโทสะ โมหะ อย่างมีสติ และมีเหตุมีผล
9. คำสั่งต้องชัดเจน บนพื้นฐานความถูกต้องของกฎหมายบ้านเมือง และไม่ขัดต่อวัฒนธรรม
10. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ประกอบไปด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่ได้ไม่ทำอะไรที่ส่งผลกระทบ ต่อวิชาชีพ ต้องรักษาความลับ ไม่ทำอะไรที่ขัดหรือเสียต่อผลประโยชน์ขององค์กร
2
3
คัดมาจาก นายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน
เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน
ปีพุทธศักราช 2545
การปฏิบัติราชการนั้น นอกจากมุ่งกระทำเพื่อให้งานสำเร็จไปโดยเร็ว
และมีประสิทธิภาพแล้ว ยังจะต้องกระทำด้วยสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดว่าสิ่งใด
เป็นความเจริญ สิ่งใดเป็นความเสื่อม อะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำ อะไรเป็นสิ่งที่ต้อง
ละเว้นหรือกำจัด ผลที่เกิดขึ้น จึงจะเป็นประโยชน์ที่แท้และยั่งยืนทั้งแก่ตนเอง
และส่วนรวม
วังไกลกังวล
วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2545
“การสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมสำหรับผู้บริหาร”
ในการดำเนินการสร้างราชการใสสะอาดของกรมการปกครอง
*******************************
นายชาติชาย อุทัยพันธ์
ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่
ผู้บริหาร นับว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาท
ในการกำหนดนโยบาย วางแผนการดำเนินงาน แนวการปฏิบัติ และเป็นตัวอย่างให้กับผู้อื่นที่อยู่ภายในองค์กร หากผู้บริหารเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกในการวางนโยบายและยึดแนวทางในการปฏิบัติอย่างมีคุณธรรม
อีกทั้งรู้จักการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และมีคุณธรรม ย่อมส่งผลมีมายังองค์กรและสังคมโดยส่วนรวม
ปัจจุบันสังคมได้ให้ความสำคัญวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจและคุณธรรม จริยธรรม ทำให้ผู้นำหรือผู้บริหารทุกระดับต้องปรับกระบวนทัศน์และวิธีคิดใหม่ เนื่องจากปัจจัย สิ่งแวดล้อม อาจส่งผลทำให้การเสริมสร้าง และพัฒนาจิตสำนึกในด้านคุณธรรมและจริยธรรมขาดความสมบูรณ์ ซึ่งการปลูกฝังหรือสร้างจิตสำนึกในด้านคุณธรรมนั้น จะต้องมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
นักบริหารหรือผู้นำที่มีคุณธรรมนั้น ควรมีลักษณะที่สำคัญยิ่ง 3 ประการ ดังนี้
1. มีความรู้และเป็นผู้มองการณ์ไกล สามารถวางแผนงานให้เหมาะ รู้จักงาน รู้จักตนเอง และผู้อื่น ใช้ได้กับบุคคลต่าง ๆ ในทุกสถานภาพ ผู้บริหารระดับสูงต้องมีสติปัญญา
2. มีความเชี่ยวชาญ แม่นยำ มั่นคงต่องานที่ตนบริหารอยู่
3. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถผูกใจคนได้ทั้งผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ การมีมนุษย์สัมพันธ์นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความจริงใจให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลัง ผู้บริหารที่มีความพร้อมในด้านนี้ จะสามารถบริหารกิจการได้อย่างราบรื่น เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย นับว่าคุณธรรมข้อนี้สำคัญมาก จะต้องอยู่ในตัวผู้นำทุกระดับไม่ว่าระดับสูง กลาง หรือระดับพื้นฐาน
สำหรับผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ หมายถึง การบริหารงานจนบรรลุเป้าหมายสูงสุดนั้น จะต้องมีคุณธรรมประจำตัวด้วย แยกความสำคัญและรายละเอียดเป็น 4 ข้อ ดังนี้
1) นักบริหารต้องมีความรอบรู้ รอบรู้ถึงงานในหน้าที่ ตลอดถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง นักบริหารต้องเริ่มต้นบริหารตนเอง บริหารคน และบริหารงานให้เป็น ต้องเป็นคนอ่านมาก ฟังมาก เกาะติดกับสถานการณ์รอบด้าน เมื่อได้ข้อมูลสิ่งใดมาต้องรู้จักวิเคราะห์ว่าสิ่งที่ได้ยิน ได้รู้มานั้นมีความถูกต้องแค่ไหน ต้องมีใจที่หนักแน่นไม่เอนเอียง ไม่มีอคติ คือ ตัวเองต้องเป็นคนที่มีความยุติธรรมประจำใจนั่นเอง
การมีปัญญารอบรู้ดังกล่าวยังไม่พอเพียง ถ้าไม่รู้จักนำความคิด นำความรู้มาปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ เมื่อมีปัญหาใด ๆ ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้สามารถแก้ไขได้ในทันที
2
2) ความขยันหมั่นเพียรและกำลังใจเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน คนมีปัญญาแต่ขาดกำลังใจในการทำงาน งานก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะความที่ไม่กล้าตัดสินใจ ผู้บริหารควรกล้าคิดและกล้าทำ
งานใดที่ยากมีอุปสรรคมากเพียงใดก็ไม่ท้อถอย เมื่อลงมือทำสิ่งใดแล้วเกิดมีอุปสรรคย่อย ๆ ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา ใช้กำลังใจ ความมุ่งมั่น เพียรพยายาม สิ่งใดที่คิดว่ายาก ลำบาก จะเบาบางลง ที่คิดว่าต้องใช้เวลานาน สิ่งเหล่านี้จะหมดไปในที่สุด ผลที่ตามมา คือความเชี่ยวชาญและผลสำเร็จได้ชื่อเสียงเกียรติยศเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไป
3) การจะเป็นนักบริหารที่สังคมยอมรับ ไม่ควรจะมีจุดด่างพร้อยในชีวิต ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม นักบริหารหลายคนหมดอนาคตในความเป็นผู้นำเพราะถูกจับได้ว่าทุจริตต่อหน้าที่ หรือบางคนควรได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่ในระดับสูง แต่เพราะได้มีการทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แม้ไม่ได้ตั้งใจก็ทำให้ต้องเสียตำแหน่งให้ผู้อื่นที่มีคุณสมบัติในการทำงานด้อยกว่า แต่ประวัติส่วนตัวไม่ด่างพร้อย เป็นต้น
4) นักบริหารต้องมีจิตใจเอื้อเฟื้อ พร้อมที่จะให้การสงเคราะห์กับเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา การให้จะผูกใจคนอื่นไว้ได้ การให้ในที่นี้รวมไปถึงการให้คำแนะนำ ถ่ายทอดวิชาความรู้ หรือเคล็ดลับในการทำงานต่าง ๆ อย่างไม่ปิดบัง ให้อภัยเมื่อมีการผิดพลาดในการทำงานหรือมีการกระทบกระทั่งล่วงเกินกันจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีการให้อภัยก็ย่อมได้รับมิตรภาพคืนมา ยิ่งถ้าเป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดแต่สิ่งดีงาม ไพเราะ อ่อนหวาน มีความจริงใจ และเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายก็สามารถมัดใจได้ดีเช่นกัน หรือการทำตัวให้เป็นประโยชน์ในทางหนึ่งทางใด เช่น ให้การช่วยเหลือ
เมื่อได้รับการร้องขอ หรือการสงเคราะห์ด้วยความเมตตา การกระทำเหล่านี้ ควรทำอย่างสม่ำเสมอจึงจะ
ได้ชื่อว่าเป็น “ผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ยอดเยี่ยม”
นักบริหารต้องมีพรหมวิหารธรรม คือ ธรรมสำหรับผู้ใหญ่ 4 ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา และสิ่งที่จะเพิ่มคุณภาพของผู้บริหารที่ดีอีกประการหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ คือ การมีบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งการมีบุคลิกดีนั้นเกิดได้ภายใน คือ จากใจเป็นบุคลิกส่วนตัวทางหนึ่ง และภายนอก คือ การแต่งกายที่ถูกกาลเทศะ การระมัดระวังกิริยา มารยาท เหล่านี้จะเป็นส่วนเสริมให้ผู้บริหารได้รับการ
ยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมและคุณภาพอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ “ข้าราชการ” จะต้องมีวิสัยทัศน์ และร่วมกันดำรงความมั่นคงรุ่งเรืองของบ้านเมือง โดยมีวิจารณญาณ มีคุณธรรม มีความเสียสละและมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ ตามแนวทางที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ทรงตรัสไว้ว่า “ข้าราชการมิใช่อภิสิทธิ์ชน หากแต่จะต้องบำเพ็ญตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม” ให้
3
เป็นอนุสติเตือนใจถึงคุณค่าแห่งความเป็นข้าราชการในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเป็นหลักเกียรติศักดิ์ที่ยังยืนแก่สถาบันข้าราชการสืบไป
อย่างไรก็ตามในมาตรการสร้างคุณธรรมนั้น องค์กรจะต้องพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีจิตสำนึก มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกสรรบุคลที่พร้อมจะรับการพัฒนา ในขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาระดับสติปัญญา ลักษณะบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย และระดับจิตสำนึกพื้นฐานที่ได้รับการปลูกฝังมา นอกจากนี้ยังจะต้องเป็นผู้ที่พร้อมที่จะยอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะ
รับการพัฒนาตนเองควบคู่ไปกับการยอมให้ความร่วมมือให้ผู้อื่นพัฒนาให้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ร่วมกันส่งเสริมให้เกิดการสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมแก่ผู้บริหารให้เกิดความมั่นคงขึ้นในสังคมไทยต่อไป
************************************
ลักษณะผู้บริหารที่ดี
1. มีภาวะผู้นำ ไม่หูเบา มีเหตุผล
2. มีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ โปร่งใส
3. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทันเหตุการณ์ รอบรู้
4.กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ แบบมีเหตุผล ไม่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ หรือ คนข้างเคียง
5. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส วาจาสุภาพ มีสมบัติผู้ดี
6.ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก
7.ต้องรักษาคำพูด และมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
8.เป็นตัวอย่างที่ดี
9.ใช้บุคลากรในโรงเรียนให้ตรงกับความรู้และความสามารถ
10.ใช้ระบบคุณธรรม นำระบบอุปถัมภ์
11.มีความริเริ่มสร้างรรค์
12.มีทักษะในการวิเคราะห์แก้ปัญหาและตัดสินใจ
13.มีความรู้ทางวิชาชีพ
ผู้บริหารที่ดีควรจะต้องเรียนรู้และศึกษางาน เข้าถึงผู้ใต้บังคับบัญชาโดยมอบหมายงานให้เหมาะสมกับคนและให้ความรู้หรือสอนงาน ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ให้การอนุเคราะห์ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างพอเหมาะ ติในที่ลับ ชมในที่แจ้ง ให้รางวัลเมื่อทำดี มีไมตรีอย่างทั่วถึง บุคลิกน่าเชื่อถือ ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ภักดีต่อหน้าที่ พัฒนาคน พัฒนางานตลอดเวลา ก็น่าจะดีแล้วนะ
คุณสมบัติของผู้บริหารที่ดี มี 4 อย่าง ดังนี้
1. จะต้องมีหูตากว้างไกล มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน ปรับตัวทันกับการเปลี่ยนแปลงในปัจุบัน
เรียกว่า ดีที่หู
2.คอยดูอยู่เสมอว่าจะมีใครเข้ามาติดต่องานที่สำนักงานหรือไม่ โดยจะต้องหันซ้าย หันขวา
ดูแขกไปใครมา อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เรียกว่า ดีที่หัน
3. คอยดูแลสารทุกข์สุขดิบของลูกน้อง อยู่เสมอ เรียกว่า ดีอย่าห่างเหิน
4. ถ้าจะให้ดีสุดๆ ต้องนำดีที่ 1 ถึง 3 รวมกันเป็นดีที่ 4 เรียกว่า ดีหลายๆเท่า
คุณธรรมและจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปสำหรับข้าราชการ
ข้อ 1 พึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงต่อเวลา และมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
ข้อ 2 พึงละเว้นการแสวงหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ข้อ 3 พึงปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณธรรม โปร่งใส ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และมีความรับผิดชอบ ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
ข้อ 4 พึงวางตนเป็นกลางทางการเมือง ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถตามนโยบายของรัฐบาล
ข้อ 5 พึงปฏิบัติงานโดยยึดหลักประหยัด มีประสิทธิภาพ และความเหมาะสม
ข้อ 6 พึงให้บริการที่ดีแก่ผู้มาติดต่อราชการ และปฏิบัติต่อผู้ร่วมงานด้วยความสุภาพ มีอัธยาศัยไมตรี และมีน้ำใจ
ข้อ 7 พึงวางตนให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เหมาะสมแก่ฐานานุรูปของข้าราชการ โดยคำนึงถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่
ข้อ 8 พึงยกย่องส่งเสริมคนดีและไม่ส่งเสริมคนไม่ดีให้มีอำนาจ รวมทั้งไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้กระทำความผิด
ข้อ 9 พึงปฏิบัติงาน โดยประสานงานกับส่วนราชการ องค์กรเอกชนและประชาชนเพื่อสร้างพลังแผ่นดินในการแก้ไขปัญหา
ข้อ 10 พึงเสริมสร้างบรรยากาศในการปฏิบัติงานร่วมกัน สร้างทีมงานและช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการปฏิบัติงาน
คัดมาจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
หลักธรรมของนักบริหาร
ในความเป็นจริงแล้วคุณธรรมที่นักบริหารทุกคนควรมีอยู่ในตัว คือ “ความ ดี” โดยตัวของความดีแม้จะจับต้องไม่ได้แต่รู้สึกได้ “เราเห็นเราได้ยินพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่มองพระเจ้าอยู่หัว คนไทยไม่เคยซึมซับหลักของพระเจ้า อยู่หัวที่นำคุณธรรมการบริหารมาใช้เป็นตัวอย่างกว่า 60 ปีมาแล้ว เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ซึ่งมีการพูดถึงก่อนหลักของชาวตะวันตกที่เพิ่งมาพูดถึงธรรมาภิบาล (Good Governance) เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ทำให้ไทยวัดความสุขอยู่ที่อันดับที่ 32 ของ โลก”
ดร.สุเมธ ยกตัวอย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นักบริหารแถวหน้าของโลกให้เห็นตัวอย่าง ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ดร.สุเมธ ยังมองลงลึกต่อไปอีกว่า บริษัทที่ดำเนินธุรกิจจะทำกำไรก็ทำไป แต่ต้องมีความสุข ต้อง อยู่ภายใต้ “ทศพิธราชธรรม” ซึ่งเป็นหลักธรรมของนักบริหาร 10 ข้อ พระองค์ก็ทรงเป็นนักบริหาร เพราะทศพิธราชธรรมมีทุกมิติมากกว่า Good Governance ของฝรั่งเสียอีก ประกอบด้วยหลัก ธรรม 10 ข้อ ที่เป็นธรรมสำหรับพระราชา ในการใช้พระราชอำนาจและการบำเพ็ญประโยชน์ต่อ อาณาประชาราษฎร์ คือ
1. ทานัง หรือการให้โดยไม่หวังประโยชน์ หมายถึงการพระราชทานพระ ราชทรัพย์ส่วนพระองค์ การทรงเสียสละพระกำลังในการปกครองแผ่นดิน การพระราชทานพระราช ดำริอันก่อให้เกิดสติปัญญาและพัฒนาชาติ การพระราชทานเสรีภาพอันเป็นหัวใจแห่งมนุษย์
2. ศีลัง หรือการตั้งและทรงประพฤติพระราชจรรยานุวัตร พระกาย พระวาจา ให้ปราศจากโทษ ทั้งในการปกครอง อันได้แก่ กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา อันได้แก่ เบญจศีล มาเสมอ
3. ปริจาคัง หรือการบริจาค อันได้แก่ การที่ทรงสละสิ่งไม่เป็นประโยชน์หรือมีประโยชน์ น้อยเพื่อสิ่งที่ดีกว่า คือ เมื่อถึงคราวก็สละได้ แม้พระราชทรัพย์ ตลอดจนพระโลหิต หรือแม้แต่ พระชนม์ชีพ เพื่อรักษาธรรมและพระราชอาณาจักรของพระองค์
4. อาชชะวัง หรือความซื่อตรง อันได้แก่ การที่ทรงซื่อตรงในฐานะที่เป็นผู้ปกครอง ดำรงอยู่ใน สัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อ พระราชสัมพันธมิตร และอาณาประชาราษฎร์
5. มัททะวัง หรือทรงเป็นผู้มีอัธยาศัยอ่อนโยน เคารพในเหตุผลที่ควร ทรงมีสัมมาคารวะต่อผู้ อาวุโสและอ่อนโยนต่อบุคคลที่เสมอกันและต่ำกว่า
6. ตะปัง หรือความเพียรที่แผดเผาความเกียจคร้าน คือ การที่พระมหากษัตริย์ทรงตั้งพระราช อุตสาหะปฏิบัติพระราช กรณียกิจให้เป็นไปด้วยดี โดยปราศจากความเกียจคร้าน
2
7. อักโกธะ หรือความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ไม่พยายามมุ่งร้ายผู้อื่น แม้จะลงโทษผู้ทำผิด ก็ทำตามเหตุผล และสำหรับพระมหากษัตริย์นั้นต้องทรงมีพระเมตตาไม่ทรงก่อเวรแก่ผู้ใด ไม่ทรง พระพิโรธโดยเหตุที่ไม่ควร และแม้จะทรงพระพิโรธ ก็ทรงข่มเสียให้สงบได้
8. อะวีหิสัญจะ คือ ทรงมีพระราชอัธยาศัย กอปรด้วยพระมหากรุณา ไม่ทรงก่อทุกข์หรือเบียด เบียนผู้อื่น ทรงปกครองประชาชนดังบิดาปกครองบุตร
9. ขันติญจะ คือ การที่ทรงมีพระราชจริยานุวัตร อันอดทนต่อสิ่งทั้งปวง รักษาพระราชหฤทัย และพระอาการ พระกาย พระวาจา ให้เรียบร้อย
10. อะวิโรธะนัง คือ การที่ทรงตั้งอยู่ในขัตติยราชประเพณี ไม่ทรงประพฤติผิดจากพระราชจริยา นุวัตร นิติศาสตร์ ราชศาสตร์ ไม่ทรงประพฤติให้คลาดจากความยุติธรรม ทรงอุปถัมภ์ยกย่องคนที่ มีความชอบ ทรงบำราบคนที่มีความผิดโดยปราศจากอำนาจอคติ 4 ประการ (ลำเอียงเพราะรัก, เกลียด, โง่เขลาและเพราะกลัว) และไม่ทรงแสดงให้เห็นด้วยพระราชหฤทัยยินดียินร้าย
การบริหารต้องขับเคลื่อน-นวัตกรรม
เพราะฉะนั้น ธรรมะที่ดีสำหรับนักบริหารที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จต้องทำเป็นนิสัยจนไม่ รู้สึกว่าเราทำข้อใด การฟังธรรมะต้องฟังด้วยความรื่นเริง คึกครื้นสนุกสนานจึงจะทำให้มีความสุข การจะบริหารองค์กรให้ไปสู่ความสำเร็จได้ก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้เช่นกัน ต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดพลัง ขับเคลื่อน (Dinamic) ทำให้เกิดนวัตกรรม (Innovation)
จากการที่ได้ถวายงานพระเจ้าอยู่หัวมา 26 ปี ได้เห็นหลักการบริหารของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่เป็นนักต่อสู้ บริหารประเทศด้วยความเรียบง่ายด้วยการใช้หลักธรรมะ การเป็นนัก บริหารต้อง Respect ตลอดเวลา หรือบริหารเวลาสำคัญที่สุด
ดังนั้น ความสำเร็จของการบริหารจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ จนก่อตัวเป็น “ความดี” ไม่ใช่วัดความสำเร็จจากกำไรเท่านั้น
นอกจากความสามารถในการเป็นนักพัฒนาและนักบริหารแล้ว ยังมีชื่อเสียงดีเด่นในเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริตอีกด้วย ตลอดระยะเวลาที่รับราชการอยู่จนปลดเกษียณ ได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย และ สมถะ ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อยในเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว แม้ว่างานที่ท่านรับผิดชอบจะเกี่ยวข้อง กับเงินทองมากมายและยังสามารถให้คุณให้โทษกับผู้คนในวงการต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ถือเป็นแบบอย่างอันดีของข้าราชการและนักบริหารภาคเอกชน ที่คนไทยทุกคนอยากให้เกิดขึ้น มากๆ ในประเทศไทย ซึ่งถูกจัดอันดับจากสังคมโลกให้อยู่ในแถวหน้าของประเทศที่มีปัญหาด้าน การคอรัปชั่นมาเป็นเวลายาวนาน
ซึ่งหลักที่จะนำผู้บริหารไปสู่ความสำเร็จได้ ทั้งหมดมีบัญญัติไว้ในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ก่อนที่ฝรั่งจะพูดถึง Good Governance หรือธรรมาภิบาลนับพันปี...
คุณธรรมของผู้นำ 7 ประการของ Aristotle
1. ความยุติธรรม
2. ความกล้าหาญ
3. ความมีสติและมั่นคงทางอารมณ์
4. ความโอบอ้อมอารี
5. มีเกียรติยศชื่อเสียง
6. มีความเห็นอกเห็นใจ
7. มีวาจาสัตย์
ธรรมะในการบริหารราชการ 5 ประการของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
1. ไม่ใช้อำนาจและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
2. ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวในหน้าที่การทำงานของตนขัดกับผลประโยชน์ส่วนรวม
3. ทำงานให้รวดเร็ว เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน
4. ไม่มุ่งช่วยเหลือชนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะ
5. ไม่เอาเปรียบส่วนรวมหรือทำให้จิตใจของข้าราชการที่ดีเสื่อมลง
ทำอย่างไร จึงจะมีคุณธรรมและจริยธรรม
คนที่จะมีคุณธรรม จริยธรรมได้จะต้องมีพื้นฐาน 6 ประการ
1. ต้องรู้จักละอายต่อบาป (เมื่อบาปปรากฏ)
2. ต้องรู้จักละอายตัวเอง (เมื่อกระทำผิด)
3. ต้องรู้จักความพอ (จึงจะห้ามใจได้)
4. ต้องไม่ลืมตัวบ่อยและง่ายเกินไป (จะได้ไม่เผลอฉวยโอกาส)
5. ต้องรู้จักกฎธรรมชาติ (Natural Law) ของความพอดี อะไรควรเป็นของเรา
6. เอาใจเขามาใส่ในเรา คิดถึงคนอื่น การมีคุณธรรม จริยธรรม ระดับหนึ่งไม่ใช่ของยาก คนเราเมื่อมีการศึกษาระดับหนึ่งก็จะต้องมีจิตสำนึกและมีความรู้สึกเกี่ยวกับคุณธรรมในระดับหนึ่ง แต่การใช้ “คุณธรรม” อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก เพราะมนุษย์โดยปกติก็มี ความโลภ (ในทรัพย์สิน) ความหลง (ในอำนาจ) ความรักใคร่พรรคพวกเพื่อนฝูง
ดังนั้น เมื่อเป็นผู้บริหารมีอำนาจมากขึ้น มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมากขึ้น โอกาสที่จะใช้ “คุณธรรม” ในการบริหารเฉไปก็มีมากขึ้น และโดยปกติก็จะกลายเป็นถนน One Way เสียแล้วเสียเลย ยากที่จะกลับคืนมาจนกว่ากำลังจะตาย จึงสำนึกได้ คุณธรรมและจริยธรรมดูเหมือนจะเป็นของคู่กันและจะต้องกระจายไปในสังคมมากพอสมควร จึงจะยั่งยืนได้ ถ้ามีคนจำนวนน้อยมี คงจะได้รับการยกย่อง กล่าวขานตามสมควร แต่ช่วยสังคมไม่ได้ เป็นแค่ตัวอย่าง ตัวเองอยู่ไม่รอด คุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องทำให้คนเห็นดี เห็นงามง่าย แต่ยากที่จะทำให้คนนำไปปฏิบัติ เพราะ คนเรามักจะมองประโยชน์ตัวเองมากกว่าผู้อื่นและไม่ค่อยรู้จัก “ความพอ” หรือ “ความพอดี”
การสร้างระบบคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับนักบริหาร เหมือนๆ หรือคล้ายๆ กับระบอบประชาธิปไตย ต้องใช้เวลาในการเพาะบ่มเพราะมีความละเอียดอ่อนมาก ต้องอาศัยปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเพาะบ่ม และจะต้องไม่มีการเว้นวรรคบ่อยเกินไป เชื่อว่า นักบริหารที่มีคุณธรรมและจริยธรรมมีอยู่มาก แต่ไม่มากพอที่จะเป็นคนหมู่มาก จึงมีนักบริหารที่ได้รับการยกย่องให้เห็นกันอยู่บ่อย แต่นักบริหารจำนวนไม่น้อยก็เอาตัวไม่รอด เพราะใจตัวเองบ้าง เพราะการกระทำของผู้มีอำนาจสูงบ้าง ถ้าจะถามว่าผู้ทำลายที่แท้จริงคือใคร น่าจะพอๆ กัน ปัจจุบันประการหลังอาจจะมากกว่า
ว่าที่ร.ต.สมชาย พุกผล
chaiphuk@hotmail.com
(วิทยากร และที่ปรึกษาอิสระ ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์)
ในปัจจุบันมีการกล่าวถึงเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ของผู้มีอำนาจ หรือผู้บริหารในภาครัฐ รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในภาคเอกชน อย่างกว้างขวาง จนทำให้ผู้คนในสังคมปัจจุบันกำลังเกิดข้อกังขาว่าผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจ กำลังขาดหลักการบริหารเหล่านี้จริง (ทั้งที่สังคมไทยก็เป็นสังคมแห่งพุทธศาสนามากว่า 700 ปี) ถึงขนาดนำหลักการด้านการเสริมสร้างจริยธรรม ธรรมาภิบาล และการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ มาประกาศเป็นวาระแห่งชาติกันอย่างจริงจังในรัฐบาลยุคปัจจุบัน
หลาย ๆ องค์กรพยายามที่จะสรรหา ควานหา แย่งตัว ซื้อตัว "คนเก่ง" ที่เป็นทั้ง "คนเก่ง" และ "คนดี" แต่ถ้าองค์กรใด ได้คนเก่งที่เป็นคนไม่ดีแล้ว คงจะไม่เป็นผลดีแก่องค์กรแน่ ความจริงอย่างหนึ่งคือ องค์กรต่าง ๆ มักจะมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรระดับกลาง ถึง ระดับล่าง มากเกินไป จนละเลยการพัฒนาฝึกอบรม ผู้บริหารระดับสูง ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ควรมีการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง ในด้านหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม จริยธรรม หรือจรรยาบรรณในการบริหารธุรกิจ เพราะปัจจุบันนี้จะมีเพียงผู้บริหารบางคนในบางองค์กรเท่านั้นที่ได้พัฒนาจิตใจของตัวเองโดยการฝึกสมาธิ ขัดเกลาจิตใจตัวเองโดยอาศัยคำสอนทางศาสนา การพัฒนา "จิตใจ" นี้ถือเป็นจุดสำคัญเพราะใจเป็นบ่อเกิดของกิเลส เป็นบ่อเกิดของความชั่วและความดี ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม การที่เราจะไปยับยั้งหรือป้องกันพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากแต่ถ้าจะดับกิเลสให้ถาวรนั้นจะต้องพัฒนาจิตใจของผู้บริหารให้เกิดความเข้มแข็งและต่อสู้กับฝ่ายอธรรมในจิตใจของตัวเองให้ได้เสียก่อน เพราะว่ายิ่งเก่งกว่าคนอื่นมากเท่าไหร่ โอกาสเข้าใกล้การทุจริตคอรัปชั่นก็มีมากขึ้นเท่านั้น ในช่วงแรกๆ กระแสของ บรรษัทภิบาล มาแรงมาก เพราะทุกคนเชื่อว่ามันจะสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สื่อสัตย์ ไม่โปร่งใสของการบริหารงานได้ แต่วินาทีนี้ ไม่มีใครออกมารับรองได้ว่าระบบบรรษัทภิบาลเพียงระบบเดียวจะสามารถสกัดกั้น "กิเลส" ของคนเก่งๆ ที่เป็นผู้บริหารได้ เพื่อป้องกันมิให้กิเลสของผู้บริหารเข้ามาลุกลามในองค์กร เราควรเสริมสร้างระบบคุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้บริหาร หรือผู้ที่มีอำนาจ ได้อย่างไร ?
ที่นี้เรามาดูกันสักหน่อยว่า คุณธรรม จริยธรรม ของผู้บริหารนั้นจะต้องเสริมสร้างในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สนองตอบและส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมไทยได้
2
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี หลักธรรมที่เรียกว่า พรหมวิหาร 4 (Holy Abiding) ได้แก่
1. เมตตา (Living Kindness) แปลว่า ความรัก หมายถึง รักที่มุ่งเพื่อปรารถนาดี โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ
2. กรุณา (Compassion) แปลว่า ความสงสาร หมายถึง ความปรานี ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ สงเคราะห์สรรพสัตว์ที่มีความทุกข์ให้หมดทุกข์ตามกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังทรัพย์
3. มุฑิตา (Sympathetic Joy) แปลว่า มีจิตอ่อนโยน หมายถึง จิตที่ไม่มีความอิจฉาริษยาเจือปน มีอารมณ์สดชื่นแจ่มใสตลอดเวลา
4. อุเบกขา (Neutrality)แปลว่า ความวางเฉย นั่นคือ มีการวางเฉยต่ออารมณ์ที่มากระทบ และทรงความยุติธรรมไม่ลำเอียงต่อผู้ใดผู้หนึ่ง
คงไม่ต้องขยายความมากกว่านี้นะครับ เพราะชาวพุทธ หรือไม่ใช่ชาวพุทธ ที่เคยเรียนโรงเรียนในประเทศไทยทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แต่ผู้บริหารอย่าหลงไปยึดถือเอา พรมวินาศ 4 เป็นที่ตั้งก็แล้วกัน ซึ่งได้แก่ “บ้าอำนาจ ฉ้อราษฎร์บังหลวง หลอกลวงลูกน้อง ยกย่องคนชั่ว”
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี ธรรมะที่เรียกว่า สังคหวัตถุ 4 (Base of Sympathy) ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจผู้อื่น หรือธรรมเพื่อให้คน เป็นที่รักของคนทั่วไป อันได้แก่
3
1. ทาน (Giving Offering) คือการให้ เสียสละ แบ่งปันแก่ผู้อื่น
2. ปิยวาจา (Kindly Speech) คือ พูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพ นุ่มนวล เหมาะแก่ บุคคล เวลา สถานที่ พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ พูดในทางสร้างสรรค์ พูดให้เกิดเกิดพลังใจ
3. อัตถจริยา (Useful Conduct) ทำตนให้เป็นประโยชน์ ตามกำลังสติปัญญา ความรู้ ความ สามารถ กำลังทรัพย์ และเวลาที่มี อย่างไม่เป็นที่เดือนแก่ตน หรือผู้อื่น
4. สมานัตตตา (Even and Equal Treatment) คือวางตนให้เสมอต้น เสมอปลาย วางตนเหมาะสมกับฐานะ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ร่วมทุกข์ร่วมสุข สม่ำเสมอ คือ เราควร
จะเป็นคนที่ “โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ปวงชน วางตนได้เหมาะ“
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี จริยธรรม (Ethics) มีมาตรฐานของการกระทำ และพฤติกรรม อันเป็นเครื่องบ่งบอกให้เห็นถึงการเป็นผู้ทรงเกียรติ ที่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก หรืออะไร ที่ผิด โดยใช้ดุลยพินิจพิจารณาในเชิงศีลธรรม คือ
1. มีบุคลิกภาพการเป็นผู้มีจริยาที่ดี ทั้งการแต่งกาย การพูดจา การแสดงออกทั้งทาง กายจริยา (กาย) วจีจริยา (วาจา) และมโนจริยา (ใจ) ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ โดยต้องอยู่ในพื้นฐานของการให้เกียรติ (Honorific) ผู้อื่นเสมอ
1. กายจริยา หมายความว่า การปฏิบัติการงานซึ่งต้องใช้กายเป็นสำคัญ โดยต้องรักษาระเบียบแบบแผน ถือเอาเหตุผลเป็นสำคัญขณะเดียวกันต้องไม่ถ่วงเวลาผู้อื่น ไม่ละเลยงานในหน้าที่ และต้องทำงานให้ลุล่วงทั้ง "ต่อหน้าและลับหลัง"
2. วจีจริยา หมายความว่า การปฏิบัติการงานด้วยคำพูดเป็นสำคัญ ต้องน่าเชื่อถือได้ ต้องถือหลักว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์"
3. มโนจริยา หมายความว่า ตั้งจิตใจมั่นในการปฏิบัติงานทุกอย่างซึ่งเป็นหน้าที่ของตน ปักใจลงในการงานนั้นเห็นว่าการงานดีทั้งหลายรู้ได้เมื่อทำเสร็จ มิใช่รู้ได้เมื่อกำลังทำ หรือก่อนทำปักใจลงในการทำงานอย่างนี้ ชื่อว่าปฏิบัติทางใจด้วยดี โดยต้องทำงานด้วยใจสัตย์ มีมานะในการทำงานไม่เกียจคร้าน ไม่หวังพึ่งพาผู้อื่น ต้องรู้จักแบ่งเวลาในการทำงานและเวลาพักผ่อนโดยสมควร รักษาความเป็นระเบียบแบบแผน รู้รักษาหน้าที่ที่พึงปฏิบัติ ต้องทำจริง ไม่ดึงดันในสิ่งที่ผิด ต้องคอยหมั่นตรวจสอบการงานอยู่เสมอเพื่อป้องกันการผิดพลาดอันเป็นการรองรับสถานการณ์ที่ อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา
4
2. มีความสามารถในการตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างเป็นกระบวนการ
3. อดทน สุขุม เยือกเย็น รู้จักควบคุมอารมณ์
4. ปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างถูกต้อง และยุติธรรม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
5. ไม่หลงอำนาจ ไม่ระแวงสงสัย หรือแสดงการดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น
6. รู้จักให้อภัย กล้ารับผิด รับชอบ
7. ไม่ปกป้องตนเอง และปกป้องพรรคพวกเพื่อนพ้องในทางที่ผิด
8. รู้จักการระงับโทสะ โมหะ อย่างมีสติ และมีเหตุมีผล
9. คำสั่งต้องชัดเจน บนพื้นฐานความถูกต้องของกฎหมายบ้านเมือง และไม่ขัดต่อวัฒนธรรม
10. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ประกอบไปด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่ได้ไม่ทำอะไรที่ส่งผลกระทบ ต่อวิชาชีพ ต้องรักษาความลับ ไม่ทำอะไรที่ขัดหรือเสียต่อผลประโยชน์ขององค์กร
2
3
คัดมาจาก นายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน
เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน
ปีพุทธศักราช 2545
การปฏิบัติราชการนั้น นอกจากมุ่งกระทำเพื่อให้งานสำเร็จไปโดยเร็ว
และมีประสิทธิภาพแล้ว ยังจะต้องกระทำด้วยสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดว่าสิ่งใด
เป็นความเจริญ สิ่งใดเป็นความเสื่อม อะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำ อะไรเป็นสิ่งที่ต้อง
ละเว้นหรือกำจัด ผลที่เกิดขึ้น จึงจะเป็นประโยชน์ที่แท้และยั่งยืนทั้งแก่ตนเอง
และส่วนรวม
วังไกลกังวล
วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2545
“การสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมสำหรับผู้บริหาร”
ในการดำเนินการสร้างราชการใสสะอาดของกรมการปกครอง
*******************************
นายชาติชาย อุทัยพันธ์
ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่
ผู้บริหาร นับว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาท
ในการกำหนดนโยบาย วางแผนการดำเนินงาน แนวการปฏิบัติ และเป็นตัวอย่างให้กับผู้อื่นที่อยู่ภายในองค์กร หากผู้บริหารเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกในการวางนโยบายและยึดแนวทางในการปฏิบัติอย่างมีคุณธรรม
อีกทั้งรู้จักการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และมีคุณธรรม ย่อมส่งผลมีมายังองค์กรและสังคมโดยส่วนรวม
ปัจจุบันสังคมได้ให้ความสำคัญวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจและคุณธรรม จริยธรรม ทำให้ผู้นำหรือผู้บริหารทุกระดับต้องปรับกระบวนทัศน์และวิธีคิดใหม่ เนื่องจากปัจจัย สิ่งแวดล้อม อาจส่งผลทำให้การเสริมสร้าง และพัฒนาจิตสำนึกในด้านคุณธรรมและจริยธรรมขาดความสมบูรณ์ ซึ่งการปลูกฝังหรือสร้างจิตสำนึกในด้านคุณธรรมนั้น จะต้องมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
นักบริหารหรือผู้นำที่มีคุณธรรมนั้น ควรมีลักษณะที่สำคัญยิ่ง 3 ประการ ดังนี้
1. มีความรู้และเป็นผู้มองการณ์ไกล สามารถวางแผนงานให้เหมาะ รู้จักงาน รู้จักตนเอง และผู้อื่น ใช้ได้กับบุคคลต่าง ๆ ในทุกสถานภาพ ผู้บริหารระดับสูงต้องมีสติปัญญา
2. มีความเชี่ยวชาญ แม่นยำ มั่นคงต่องานที่ตนบริหารอยู่
3. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถผูกใจคนได้ทั้งผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ การมีมนุษย์สัมพันธ์นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความจริงใจให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลัง ผู้บริหารที่มีความพร้อมในด้านนี้ จะสามารถบริหารกิจการได้อย่างราบรื่น เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย นับว่าคุณธรรมข้อนี้สำคัญมาก จะต้องอยู่ในตัวผู้นำทุกระดับไม่ว่าระดับสูง กลาง หรือระดับพื้นฐาน
สำหรับผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ หมายถึง การบริหารงานจนบรรลุเป้าหมายสูงสุดนั้น จะต้องมีคุณธรรมประจำตัวด้วย แยกความสำคัญและรายละเอียดเป็น 4 ข้อ ดังนี้
1) นักบริหารต้องมีความรอบรู้ รอบรู้ถึงงานในหน้าที่ ตลอดถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง นักบริหารต้องเริ่มต้นบริหารตนเอง บริหารคน และบริหารงานให้เป็น ต้องเป็นคนอ่านมาก ฟังมาก เกาะติดกับสถานการณ์รอบด้าน เมื่อได้ข้อมูลสิ่งใดมาต้องรู้จักวิเคราะห์ว่าสิ่งที่ได้ยิน ได้รู้มานั้นมีความถูกต้องแค่ไหน ต้องมีใจที่หนักแน่นไม่เอนเอียง ไม่มีอคติ คือ ตัวเองต้องเป็นคนที่มีความยุติธรรมประจำใจนั่นเอง
การมีปัญญารอบรู้ดังกล่าวยังไม่พอเพียง ถ้าไม่รู้จักนำความคิด นำความรู้มาปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ เมื่อมีปัญหาใด ๆ ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้สามารถแก้ไขได้ในทันที
2
2) ความขยันหมั่นเพียรและกำลังใจเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน คนมีปัญญาแต่ขาดกำลังใจในการทำงาน งานก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะความที่ไม่กล้าตัดสินใจ ผู้บริหารควรกล้าคิดและกล้าทำ
งานใดที่ยากมีอุปสรรคมากเพียงใดก็ไม่ท้อถอย เมื่อลงมือทำสิ่งใดแล้วเกิดมีอุปสรรคย่อย ๆ ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา ใช้กำลังใจ ความมุ่งมั่น เพียรพยายาม สิ่งใดที่คิดว่ายาก ลำบาก จะเบาบางลง ที่คิดว่าต้องใช้เวลานาน สิ่งเหล่านี้จะหมดไปในที่สุด ผลที่ตามมา คือความเชี่ยวชาญและผลสำเร็จได้ชื่อเสียงเกียรติยศเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไป
3) การจะเป็นนักบริหารที่สังคมยอมรับ ไม่ควรจะมีจุดด่างพร้อยในชีวิต ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม นักบริหารหลายคนหมดอนาคตในความเป็นผู้นำเพราะถูกจับได้ว่าทุจริตต่อหน้าที่ หรือบางคนควรได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่ในระดับสูง แต่เพราะได้มีการทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แม้ไม่ได้ตั้งใจก็ทำให้ต้องเสียตำแหน่งให้ผู้อื่นที่มีคุณสมบัติในการทำงานด้อยกว่า แต่ประวัติส่วนตัวไม่ด่างพร้อย เป็นต้น
4) นักบริหารต้องมีจิตใจเอื้อเฟื้อ พร้อมที่จะให้การสงเคราะห์กับเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา การให้จะผูกใจคนอื่นไว้ได้ การให้ในที่นี้รวมไปถึงการให้คำแนะนำ ถ่ายทอดวิชาความรู้ หรือเคล็ดลับในการทำงานต่าง ๆ อย่างไม่ปิดบัง ให้อภัยเมื่อมีการผิดพลาดในการทำงานหรือมีการกระทบกระทั่งล่วงเกินกันจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีการให้อภัยก็ย่อมได้รับมิตรภาพคืนมา ยิ่งถ้าเป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดแต่สิ่งดีงาม ไพเราะ อ่อนหวาน มีความจริงใจ และเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายก็สามารถมัดใจได้ดีเช่นกัน หรือการทำตัวให้เป็นประโยชน์ในทางหนึ่งทางใด เช่น ให้การช่วยเหลือ
เมื่อได้รับการร้องขอ หรือการสงเคราะห์ด้วยความเมตตา การกระทำเหล่านี้ ควรทำอย่างสม่ำเสมอจึงจะ
ได้ชื่อว่าเป็น “ผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ยอดเยี่ยม”
นักบริหารต้องมีพรหมวิหารธรรม คือ ธรรมสำหรับผู้ใหญ่ 4 ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา และสิ่งที่จะเพิ่มคุณภาพของผู้บริหารที่ดีอีกประการหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ คือ การมีบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งการมีบุคลิกดีนั้นเกิดได้ภายใน คือ จากใจเป็นบุคลิกส่วนตัวทางหนึ่ง และภายนอก คือ การแต่งกายที่ถูกกาลเทศะ การระมัดระวังกิริยา มารยาท เหล่านี้จะเป็นส่วนเสริมให้ผู้บริหารได้รับการ
ยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมและคุณภาพอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ “ข้าราชการ” จะต้องมีวิสัยทัศน์ และร่วมกันดำรงความมั่นคงรุ่งเรืองของบ้านเมือง โดยมีวิจารณญาณ มีคุณธรรม มีความเสียสละและมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ ตามแนวทางที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ทรงตรัสไว้ว่า “ข้าราชการมิใช่อภิสิทธิ์ชน หากแต่จะต้องบำเพ็ญตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม” ให้
3
เป็นอนุสติเตือนใจถึงคุณค่าแห่งความเป็นข้าราชการในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเป็นหลักเกียรติศักดิ์ที่ยังยืนแก่สถาบันข้าราชการสืบไป
อย่างไรก็ตามในมาตรการสร้างคุณธรรมนั้น องค์กรจะต้องพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีจิตสำนึก มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกสรรบุคลที่พร้อมจะรับการพัฒนา ในขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาระดับสติปัญญา ลักษณะบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย และระดับจิตสำนึกพื้นฐานที่ได้รับการปลูกฝังมา นอกจากนี้ยังจะต้องเป็นผู้ที่พร้อมที่จะยอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะ
รับการพัฒนาตนเองควบคู่ไปกับการยอมให้ความร่วมมือให้ผู้อื่นพัฒนาให้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ร่วมกันส่งเสริมให้เกิดการสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมแก่ผู้บริหารให้เกิดความมั่นคงขึ้นในสังคมไทยต่อไป
************************************
ลักษณะผู้บริหารที่ดี
1. มีภาวะผู้นำ ไม่หูเบา มีเหตุผล
2. มีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ โปร่งใส
3. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทันเหตุการณ์ รอบรู้
4.กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ แบบมีเหตุผล ไม่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ หรือ คนข้างเคียง
5. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส วาจาสุภาพ มีสมบัติผู้ดี
6.ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก
7.ต้องรักษาคำพูด และมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
8.เป็นตัวอย่างที่ดี
9.ใช้บุคลากรในโรงเรียนให้ตรงกับความรู้และความสามารถ
10.ใช้ระบบคุณธรรม นำระบบอุปถัมภ์
11.มีความริเริ่มสร้างรรค์
12.มีทักษะในการวิเคราะห์แก้ปัญหาและตัดสินใจ
13.มีความรู้ทางวิชาชีพ
ผู้บริหารที่ดีควรจะต้องเรียนรู้และศึกษางาน เข้าถึงผู้ใต้บังคับบัญชาโดยมอบหมายงานให้เหมาะสมกับคนและให้ความรู้หรือสอนงาน ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ให้การอนุเคราะห์ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างพอเหมาะ ติในที่ลับ ชมในที่แจ้ง ให้รางวัลเมื่อทำดี มีไมตรีอย่างทั่วถึง บุคลิกน่าเชื่อถือ ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ภักดีต่อหน้าที่ พัฒนาคน พัฒนางานตลอดเวลา ก็น่าจะดีแล้วนะ
คุณสมบัติของผู้บริหารที่ดี มี 4 อย่าง ดังนี้
1. จะต้องมีหูตากว้างไกล มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน ปรับตัวทันกับการเปลี่ยนแปลงในปัจุบัน
เรียกว่า ดีที่หู
2.คอยดูอยู่เสมอว่าจะมีใครเข้ามาติดต่องานที่สำนักงานหรือไม่ โดยจะต้องหันซ้าย หันขวา
ดูแขกไปใครมา อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เรียกว่า ดีที่หัน
3. คอยดูแลสารทุกข์สุขดิบของลูกน้อง อยู่เสมอ เรียกว่า ดีอย่าห่างเหิน
4. ถ้าจะให้ดีสุดๆ ต้องนำดีที่ 1 ถึง 3 รวมกันเป็นดีที่ 4 เรียกว่า ดีหลายๆเท่า
คุณธรรมและจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปสำหรับข้าราชการ
ข้อ 1 พึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงต่อเวลา และมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
ข้อ 2 พึงละเว้นการแสวงหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ข้อ 3 พึงปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณธรรม โปร่งใส ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และมีความรับผิดชอบ ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
ข้อ 4 พึงวางตนเป็นกลางทางการเมือง ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถตามนโยบายของรัฐบาล
ข้อ 5 พึงปฏิบัติงานโดยยึดหลักประหยัด มีประสิทธิภาพ และความเหมาะสม
ข้อ 6 พึงให้บริการที่ดีแก่ผู้มาติดต่อราชการ และปฏิบัติต่อผู้ร่วมงานด้วยความสุภาพ มีอัธยาศัยไมตรี และมีน้ำใจ
ข้อ 7 พึงวางตนให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เหมาะสมแก่ฐานานุรูปของข้าราชการ โดยคำนึงถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่
ข้อ 8 พึงยกย่องส่งเสริมคนดีและไม่ส่งเสริมคนไม่ดีให้มีอำนาจ รวมทั้งไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้กระทำความผิด
ข้อ 9 พึงปฏิบัติงาน โดยประสานงานกับส่วนราชการ องค์กรเอกชนและประชาชนเพื่อสร้างพลังแผ่นดินในการแก้ไขปัญหา
ข้อ 10 พึงเสริมสร้างบรรยากาศในการปฏิบัติงานร่วมกัน สร้างทีมงานและช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการปฏิบัติงาน
คัดมาจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
หลักธรรมของนักบริหาร
ในความเป็นจริงแล้วคุณธรรมที่นักบริหารทุกคนควรมีอยู่ในตัว คือ “ความ ดี” โดยตัวของความดีแม้จะจับต้องไม่ได้แต่รู้สึกได้ “เราเห็นเราได้ยินพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่มองพระเจ้าอยู่หัว คนไทยไม่เคยซึมซับหลักของพระเจ้า อยู่หัวที่นำคุณธรรมการบริหารมาใช้เป็นตัวอย่างกว่า 60 ปีมาแล้ว เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ซึ่งมีการพูดถึงก่อนหลักของชาวตะวันตกที่เพิ่งมาพูดถึงธรรมาภิบาล (Good Governance) เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ทำให้ไทยวัดความสุขอยู่ที่อันดับที่ 32 ของ โลก”
ดร.สุเมธ ยกตัวอย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นักบริหารแถวหน้าของโลกให้เห็นตัวอย่าง ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ดร.สุเมธ ยังมองลงลึกต่อไปอีกว่า บริษัทที่ดำเนินธุรกิจจะทำกำไรก็ทำไป แต่ต้องมีความสุข ต้อง อยู่ภายใต้ “ทศพิธราชธรรม” ซึ่งเป็นหลักธรรมของนักบริหาร 10 ข้อ พระองค์ก็ทรงเป็นนักบริหาร เพราะทศพิธราชธรรมมีทุกมิติมากกว่า Good Governance ของฝรั่งเสียอีก ประกอบด้วยหลัก ธรรม 10 ข้อ ที่เป็นธรรมสำหรับพระราชา ในการใช้พระราชอำนาจและการบำเพ็ญประโยชน์ต่อ อาณาประชาราษฎร์ คือ
1. ทานัง หรือการให้โดยไม่หวังประโยชน์ หมายถึงการพระราชทานพระ ราชทรัพย์ส่วนพระองค์ การทรงเสียสละพระกำลังในการปกครองแผ่นดิน การพระราชทานพระราช ดำริอันก่อให้เกิดสติปัญญาและพัฒนาชาติ การพระราชทานเสรีภาพอันเป็นหัวใจแห่งมนุษย์
2. ศีลัง หรือการตั้งและทรงประพฤติพระราชจรรยานุวัตร พระกาย พระวาจา ให้ปราศจากโทษ ทั้งในการปกครอง อันได้แก่ กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา อันได้แก่ เบญจศีล มาเสมอ
3. ปริจาคัง หรือการบริจาค อันได้แก่ การที่ทรงสละสิ่งไม่เป็นประโยชน์หรือมีประโยชน์ น้อยเพื่อสิ่งที่ดีกว่า คือ เมื่อถึงคราวก็สละได้ แม้พระราชทรัพย์ ตลอดจนพระโลหิต หรือแม้แต่ พระชนม์ชีพ เพื่อรักษาธรรมและพระราชอาณาจักรของพระองค์
4. อาชชะวัง หรือความซื่อตรง อันได้แก่ การที่ทรงซื่อตรงในฐานะที่เป็นผู้ปกครอง ดำรงอยู่ใน สัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อ พระราชสัมพันธมิตร และอาณาประชาราษฎร์
5. มัททะวัง หรือทรงเป็นผู้มีอัธยาศัยอ่อนโยน เคารพในเหตุผลที่ควร ทรงมีสัมมาคารวะต่อผู้ อาวุโสและอ่อนโยนต่อบุคคลที่เสมอกันและต่ำกว่า
6. ตะปัง หรือความเพียรที่แผดเผาความเกียจคร้าน คือ การที่พระมหากษัตริย์ทรงตั้งพระราช อุตสาหะปฏิบัติพระราช กรณียกิจให้เป็นไปด้วยดี โดยปราศจากความเกียจคร้าน
2
7. อักโกธะ หรือความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ไม่พยายามมุ่งร้ายผู้อื่น แม้จะลงโทษผู้ทำผิด ก็ทำตามเหตุผล และสำหรับพระมหากษัตริย์นั้นต้องทรงมีพระเมตตาไม่ทรงก่อเวรแก่ผู้ใด ไม่ทรง พระพิโรธโดยเหตุที่ไม่ควร และแม้จะทรงพระพิโรธ ก็ทรงข่มเสียให้สงบได้
8. อะวีหิสัญจะ คือ ทรงมีพระราชอัธยาศัย กอปรด้วยพระมหากรุณา ไม่ทรงก่อทุกข์หรือเบียด เบียนผู้อื่น ทรงปกครองประชาชนดังบิดาปกครองบุตร
9. ขันติญจะ คือ การที่ทรงมีพระราชจริยานุวัตร อันอดทนต่อสิ่งทั้งปวง รักษาพระราชหฤทัย และพระอาการ พระกาย พระวาจา ให้เรียบร้อย
10. อะวิโรธะนัง คือ การที่ทรงตั้งอยู่ในขัตติยราชประเพณี ไม่ทรงประพฤติผิดจากพระราชจริยา นุวัตร นิติศาสตร์ ราชศาสตร์ ไม่ทรงประพฤติให้คลาดจากความยุติธรรม ทรงอุปถัมภ์ยกย่องคนที่ มีความชอบ ทรงบำราบคนที่มีความผิดโดยปราศจากอำนาจอคติ 4 ประการ (ลำเอียงเพราะรัก, เกลียด, โง่เขลาและเพราะกลัว) และไม่ทรงแสดงให้เห็นด้วยพระราชหฤทัยยินดียินร้าย
การบริหารต้องขับเคลื่อน-นวัตกรรม
เพราะฉะนั้น ธรรมะที่ดีสำหรับนักบริหารที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จต้องทำเป็นนิสัยจนไม่ รู้สึกว่าเราทำข้อใด การฟังธรรมะต้องฟังด้วยความรื่นเริง คึกครื้นสนุกสนานจึงจะทำให้มีความสุข การจะบริหารองค์กรให้ไปสู่ความสำเร็จได้ก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้เช่นกัน ต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดพลัง ขับเคลื่อน (Dinamic) ทำให้เกิดนวัตกรรม (Innovation)
จากการที่ได้ถวายงานพระเจ้าอยู่หัวมา 26 ปี ได้เห็นหลักการบริหารของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่เป็นนักต่อสู้ บริหารประเทศด้วยความเรียบง่ายด้วยการใช้หลักธรรมะ การเป็นนัก บริหารต้อง Respect ตลอดเวลา หรือบริหารเวลาสำคัญที่สุด
ดังนั้น ความสำเร็จของการบริหารจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ จนก่อตัวเป็น “ความดี” ไม่ใช่วัดความสำเร็จจากกำไรเท่านั้น
นอกจากความสามารถในการเป็นนักพัฒนาและนักบริหารแล้ว ยังมีชื่อเสียงดีเด่นในเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริตอีกด้วย ตลอดระยะเวลาที่รับราชการอยู่จนปลดเกษียณ ได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย และ สมถะ ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อยในเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว แม้ว่างานที่ท่านรับผิดชอบจะเกี่ยวข้อง กับเงินทองมากมายและยังสามารถให้คุณให้โทษกับผู้คนในวงการต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ถือเป็นแบบอย่างอันดีของข้าราชการและนักบริหารภาคเอกชน ที่คนไทยทุกคนอยากให้เกิดขึ้น มากๆ ในประเทศไทย ซึ่งถูกจัดอันดับจากสังคมโลกให้อยู่ในแถวหน้าของประเทศที่มีปัญหาด้าน การคอรัปชั่นมาเป็นเวลายาวนาน
ซึ่งหลักที่จะนำผู้บริหารไปสู่ความสำเร็จได้ ทั้งหมดมีบัญญัติไว้ในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ก่อนที่ฝรั่งจะพูดถึง Good Governance หรือธรรมาภิบาลนับพันปี...
คุณธรรมของผู้นำ 7 ประการของ Aristotle
1. ความยุติธรรม
2. ความกล้าหาญ
3. ความมีสติและมั่นคงทางอารมณ์
4. ความโอบอ้อมอารี
5. มีเกียรติยศชื่อเสียง
6. มีความเห็นอกเห็นใจ
7. มีวาจาสัตย์
ธรรมะในการบริหารราชการ 5 ประการของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
1. ไม่ใช้อำนาจและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
2. ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวในหน้าที่การทำงานของตนขัดกับผลประโยชน์ส่วนรวม
3. ทำงานให้รวดเร็ว เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน
4. ไม่มุ่งช่วยเหลือชนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะ
5. ไม่เอาเปรียบส่วนรวมหรือทำให้จิตใจของข้าราชการที่ดีเสื่อมลง
ทำอย่างไร จึงจะมีคุณธรรมและจริยธรรม
คนที่จะมีคุณธรรม จริยธรรมได้จะต้องมีพื้นฐาน 6 ประการ
1. ต้องรู้จักละอายต่อบาป (เมื่อบาปปรากฏ)
2. ต้องรู้จักละอายตัวเอง (เมื่อกระทำผิด)
3. ต้องรู้จักความพอ (จึงจะห้ามใจได้)
4. ต้องไม่ลืมตัวบ่อยและง่ายเกินไป (จะได้ไม่เผลอฉวยโอกาส)
5. ต้องรู้จักกฎธรรมชาติ (Natural Law) ของความพอดี อะไรควรเป็นของเรา
6. เอาใจเขามาใส่ในเรา คิดถึงคนอื่น การมีคุณธรรม จริยธรรม ระดับหนึ่งไม่ใช่ของยาก คนเราเมื่อมีการศึกษาระดับหนึ่งก็จะต้องมีจิตสำนึกและมีความรู้สึกเกี่ยวกับคุณธรรมในระดับหนึ่ง แต่การใช้ “คุณธรรม” อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก เพราะมนุษย์โดยปกติก็มี ความโลภ (ในทรัพย์สิน) ความหลง (ในอำนาจ) ความรักใคร่พรรคพวกเพื่อนฝูง
ดังนั้น เมื่อเป็นผู้บริหารมีอำนาจมากขึ้น มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมากขึ้น โอกาสที่จะใช้ “คุณธรรม” ในการบริหารเฉไปก็มีมากขึ้น และโดยปกติก็จะกลายเป็นถนน One Way เสียแล้วเสียเลย ยากที่จะกลับคืนมาจนกว่ากำลังจะตาย จึงสำนึกได้ คุณธรรมและจริยธรรมดูเหมือนจะเป็นของคู่กันและจะต้องกระจายไปในสังคมมากพอสมควร จึงจะยั่งยืนได้ ถ้ามีคนจำนวนน้อยมี คงจะได้รับการยกย่อง กล่าวขานตามสมควร แต่ช่วยสังคมไม่ได้ เป็นแค่ตัวอย่าง ตัวเองอยู่ไม่รอด คุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องทำให้คนเห็นดี เห็นงามง่าย แต่ยากที่จะทำให้คนนำไปปฏิบัติ เพราะ คนเรามักจะมองประโยชน์ตัวเองมากกว่าผู้อื่นและไม่ค่อยรู้จัก “ความพอ” หรือ “ความพอดี”
การสร้างระบบคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับนักบริหาร เหมือนๆ หรือคล้ายๆ กับระบอบประชาธิปไตย ต้องใช้เวลาในการเพาะบ่มเพราะมีความละเอียดอ่อนมาก ต้องอาศัยปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเพาะบ่ม และจะต้องไม่มีการเว้นวรรคบ่อยเกินไป เชื่อว่า นักบริหารที่มีคุณธรรมและจริยธรรมมีอยู่มาก แต่ไม่มากพอที่จะเป็นคนหมู่มาก จึงมีนักบริหารที่ได้รับการยกย่องให้เห็นกันอยู่บ่อย แต่นักบริหารจำนวนไม่น้อยก็เอาตัวไม่รอด เพราะใจตัวเองบ้าง เพราะการกระทำของผู้มีอำนาจสูงบ้าง ถ้าจะถามว่าผู้ทำลายที่แท้จริงคือใคร น่าจะพอๆ กัน ปัจจุบันประการหลังอาจจะมากกว่า
ว่าที่ร.ต.สมชาย พุกผล
chaiphuk@hotmail.com
(วิทยากร และที่ปรึกษาอิสระ ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์)
ในปัจจุบันมีการกล่าวถึงเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ของผู้มีอำนาจ หรือผู้บริหารในภาครัฐ รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในภาคเอกชน อย่างกว้างขวาง จนทำให้ผู้คนในสังคมปัจจุบันกำลังเกิดข้อกังขาว่าผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจ กำลังขาดหลักการบริหารเหล่านี้จริง (ทั้งที่สังคมไทยก็เป็นสังคมแห่งพุทธศาสนามากว่า 700 ปี) ถึงขนาดนำหลักการด้านการเสริมสร้างจริยธรรม ธรรมาภิบาล และการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ มาประกาศเป็นวาระแห่งชาติกันอย่างจริงจังในรัฐบาลยุคปัจจุบัน
หลาย ๆ องค์กรพยายามที่จะสรรหา ควานหา แย่งตัว ซื้อตัว "คนเก่ง" ที่เป็นทั้ง "คนเก่ง" และ "คนดี" แต่ถ้าองค์กรใด ได้คนเก่งที่เป็นคนไม่ดีแล้ว คงจะไม่เป็นผลดีแก่องค์กรแน่ ความจริงอย่างหนึ่งคือ องค์กรต่าง ๆ มักจะมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรระดับกลาง ถึง ระดับล่าง มากเกินไป จนละเลยการพัฒนาฝึกอบรม ผู้บริหารระดับสูง ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ควรมีการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง ในด้านหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม จริยธรรม หรือจรรยาบรรณในการบริหารธุรกิจ เพราะปัจจุบันนี้จะมีเพียงผู้บริหารบางคนในบางองค์กรเท่านั้นที่ได้พัฒนาจิตใจของตัวเองโดยการฝึกสมาธิ ขัดเกลาจิตใจตัวเองโดยอาศัยคำสอนทางศาสนา การพัฒนา "จิตใจ" นี้ถือเป็นจุดสำคัญเพราะใจเป็นบ่อเกิดของกิเลส เป็นบ่อเกิดของความชั่วและความดี ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม การที่เราจะไปยับยั้งหรือป้องกันพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากแต่ถ้าจะดับกิเลสให้ถาวรนั้นจะต้องพัฒนาจิตใจของผู้บริหารให้เกิดความเข้มแข็งและต่อสู้กับฝ่ายอธรรมในจิตใจของตัวเองให้ได้เสียก่อน เพราะว่ายิ่งเก่งกว่าคนอื่นมากเท่าไหร่ โอกาสเข้าใกล้การทุจริตคอรัปชั่นก็มีมากขึ้นเท่านั้น ในช่วงแรกๆ กระแสของ บรรษัทภิบาล มาแรงมาก เพราะทุกคนเชื่อว่ามันจะสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สื่อสัตย์ ไม่โปร่งใสของการบริหารงานได้ แต่วินาทีนี้ ไม่มีใครออกมารับรองได้ว่าระบบบรรษัทภิบาลเพียงระบบเดียวจะสามารถสกัดกั้น "กิเลส" ของคนเก่งๆ ที่เป็นผู้บริหารได้ เพื่อป้องกันมิให้กิเลสของผู้บริหารเข้ามาลุกลามในองค์กร เราควรเสริมสร้างระบบคุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้บริหาร หรือผู้ที่มีอำนาจ ได้อย่างไร ?
ที่นี้เรามาดูกันสักหน่อยว่า คุณธรรม จริยธรรม ของผู้บริหารนั้นจะต้องเสริมสร้างในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สนองตอบและส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมไทยได้
2
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี หลักธรรมที่เรียกว่า พรหมวิหาร 4 (Holy Abiding) ได้แก่
1. เมตตา (Living Kindness) แปลว่า ความรัก หมายถึง รักที่มุ่งเพื่อปรารถนาดี โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ
2. กรุณา (Compassion) แปลว่า ความสงสาร หมายถึง ความปรานี ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ สงเคราะห์สรรพสัตว์ที่มีความทุกข์ให้หมดทุกข์ตามกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังทรัพย์
3. มุฑิตา (Sympathetic Joy) แปลว่า มีจิตอ่อนโยน หมายถึง จิตที่ไม่มีความอิจฉาริษยาเจือปน มีอารมณ์สดชื่นแจ่มใสตลอดเวลา
4. อุเบกขา (Neutrality)แปลว่า ความวางเฉย นั่นคือ มีการวางเฉยต่ออารมณ์ที่มากระทบ และทรงความยุติธรรมไม่ลำเอียงต่อผู้ใดผู้หนึ่ง
คงไม่ต้องขยายความมากกว่านี้นะครับ เพราะชาวพุทธ หรือไม่ใช่ชาวพุทธ ที่เคยเรียนโรงเรียนในประเทศไทยทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แต่ผู้บริหารอย่าหลงไปยึดถือเอา พรมวินาศ 4 เป็นที่ตั้งก็แล้วกัน ซึ่งได้แก่ “บ้าอำนาจ ฉ้อราษฎร์บังหลวง หลอกลวงลูกน้อง ยกย่องคนชั่ว”
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี ธรรมะที่เรียกว่า สังคหวัตถุ 4 (Base of Sympathy) ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจผู้อื่น หรือธรรมเพื่อให้คน เป็นที่รักของคนทั่วไป อันได้แก่
3
1. ทาน (Giving Offering) คือการให้ เสียสละ แบ่งปันแก่ผู้อื่น
2. ปิยวาจา (Kindly Speech) คือ พูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพ นุ่มนวล เหมาะแก่ บุคคล เวลา สถานที่ พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ พูดในทางสร้างสรรค์ พูดให้เกิดเกิดพลังใจ
3. อัตถจริยา (Useful Conduct) ทำตนให้เป็นประโยชน์ ตามกำลังสติปัญญา ความรู้ ความ สามารถ กำลังทรัพย์ และเวลาที่มี อย่างไม่เป็นที่เดือนแก่ตน หรือผู้อื่น
4. สมานัตตตา (Even and Equal Treatment) คือวางตนให้เสมอต้น เสมอปลาย วางตนเหมาะสมกับฐานะ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ร่วมทุกข์ร่วมสุข สม่ำเสมอ คือ เราควร
จะเป็นคนที่ “โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ปวงชน วางตนได้เหมาะ“
>> ผู้บริหาร ที่ดีนั้นควรจะมี จริยธรรม (Ethics) มีมาตรฐานของการกระทำ และพฤติกรรม อันเป็นเครื่องบ่งบอกให้เห็นถึงการเป็นผู้ทรงเกียรติ ที่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก หรืออะไร ที่ผิด โดยใช้ดุลยพินิจพิจารณาในเชิงศีลธรรม คือ
1. มีบุคลิกภาพการเป็นผู้มีจริยาที่ดี ทั้งการแต่งกาย การพูดจา การแสดงออกทั้งทาง กายจริยา (กาย) วจีจริยา (วาจา) และมโนจริยา (ใจ) ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ โดยต้องอยู่ในพื้นฐานของการให้เกียรติ (Honorific) ผู้อื่นเสมอ
1. กายจริยา หมายความว่า การปฏิบัติการงานซึ่งต้องใช้กายเป็นสำคัญ โดยต้องรักษาระเบียบแบบแผน ถือเอาเหตุผลเป็นสำคัญขณะเดียวกันต้องไม่ถ่วงเวลาผู้อื่น ไม่ละเลยงานในหน้าที่ และต้องทำงานให้ลุล่วงทั้ง "ต่อหน้าและลับหลัง"
2. วจีจริยา หมายความว่า การปฏิบัติการงานด้วยคำพูดเป็นสำคัญ ต้องน่าเชื่อถือได้ ต้องถือหลักว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์"
3. มโนจริยา หมายความว่า ตั้งจิตใจมั่นในการปฏิบัติงานทุกอย่างซึ่งเป็นหน้าที่ของตน ปักใจลงในการงานนั้นเห็นว่าการงานดีทั้งหลายรู้ได้เมื่อทำเสร็จ มิใช่รู้ได้เมื่อกำลังทำ หรือก่อนทำปักใจลงในการทำงานอย่างนี้ ชื่อว่าปฏิบัติทางใจด้วยดี โดยต้องทำงานด้วยใจสัตย์ มีมานะในการทำงานไม่เกียจคร้าน ไม่หวังพึ่งพาผู้อื่น ต้องรู้จักแบ่งเวลาในการทำงานและเวลาพักผ่อนโดยสมควร รักษาความเป็นระเบียบแบบแผน รู้รักษาหน้าที่ที่พึงปฏิบัติ ต้องทำจริง ไม่ดึงดันในสิ่งที่ผิด ต้องคอยหมั่นตรวจสอบการงานอยู่เสมอเพื่อป้องกันการผิดพลาดอันเป็นการรองรับสถานการณ์ที่ อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา
4
2. มีความสามารถในการตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างเป็นกระบวนการ
3. อดทน สุขุม เยือกเย็น รู้จักควบคุมอารมณ์
4. ปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างถูกต้อง และยุติธรรม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
5. ไม่หลงอำนาจ ไม่ระแวงสงสัย หรือแสดงการดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น
6. รู้จักให้อภัย กล้ารับผิด รับชอบ
7. ไม่ปกป้องตนเอง และปกป้องพรรคพวกเพื่อนพ้องในทางที่ผิด
8. รู้จักการระงับโทสะ โมหะ อย่างมีสติ และมีเหตุมีผล
9. คำสั่งต้องชัดเจน บนพื้นฐานความถูกต้องของกฎหมายบ้านเมือง และไม่ขัดต่อวัฒนธรรม
10. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ประกอบไปด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่ได้ไม่ทำอะไรที่ส่งผลกระทบ ต่อวิชาชีพ ต้องรักษาความลับ ไม่ทำอะไรที่ขัดหรือเสียต่อผลประโยชน์ขององค์กร
Skip to content
Skip to main navigation
Skip to first column
Skip to second column
NIDA KM : WISDOM FOR CHANGEสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
การบริหารจัดการที่ดี
ห้องความรู้ - ความรู้ในบ้าน
การบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพทำอย่างไร :
ถ่ายทอดจากจากทัศนะของอธิการบดี รองอธิการบดีและคณบดี ..........เรียบเรียงโดย สมพร ศิลป์สุวรรณ์
ขึ้นหัวเรื่องไว้ ผู้อ่านคงจะเข้าใจและนึกว่าเป็นการถ่ายทอดทัศนะในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพทำอย่างไรจากท่านอธิการบดีคนใหม่ คือ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รวมทั้งรองอธิการบดีชุดใหม่ คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อาจารย์ ดร.เลอสรรค์ โบสุวรรณ และรองศาสตราจารย์ ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ถ้าจะเข้าใจและนึกอย่างนั้นก็คงไม่ผิด เพราะท่านผู้บริหารที่ได้กล่าวนามมานั้น ยกเว้น รองศาสตราจารย์ ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ท่านได้ให้ทัศนะในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพทำอย่างไรในระหว่างที่ท่านดำรงตำแหน่งคณบดี และในปัจจุบันนี้ท่านได้เป็นผู้บริหารสถาบัน ทัศนะที่ได้ให้ไว้รวมทั้งทัศนะของผู้บริหารชุดที่ผ่านมา นับว่ามีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จึงขอร้อยเรียงและถักทอมาถ่ายทอดให้พวกเราชาวนิด้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับกลาง หัวหน้างานและสายสนับสนุนทุกท่าน เพื่อใช้เป็นหลักในการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานของตนให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพต่อไป
บทความนี้เรียบเรียงจากการเสวนากับ รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา จรุงกิจอนันต์ อธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐพงศ์ ทองภักดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน และรองศาสตราจารย์ ดร.จินดาลักษณ์ วัฒนสินธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2549 เสวนากับ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2549 เสวนากับ รองศาสตราจารย์ ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549 และเสวนากับ อาจารย์ ดร.เลอสรรค์ โบสุวรรณ คณบดีคณะสถิติประยุกต์ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2549 จัดโดย KM กลุ่มผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งการเสวนากับผู้บริหารสถาบัน และคณบดี มีวัตถุประสงค์เพื่อรับรู้ รับทราบนโยบายและทิศทางการดำเนินงาน หลักและวิธีการบริหารจัดการของผู้บริหาร ความคาดหวังที่ผู้บริหารมีต่อผู้บริหารระดับกลาง รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน
การบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพสำหรับผู้บริหารระดับกลางในทัศนะของผู้บริหารข้างต้นโดยสรุปจะต้องใช้ความรู้และทักษะหลายด้านด้วยกัน ดังนี้
1. หลักการบริหาร
หลักในการบริหารมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและในแต่ละสถานการณ์ แต่ที่สำคัญที่ได้ยึดถือกันมาโดยตลอดคือ การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) โดยมีการปรึกษาหารือกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่สำคัญ ๆ ทุกคนควรจะต้องรับรู้รับทราบ ร่วมกันตัดสินใจ และร่วมกันทำ รวมทั้งการใช้หลัก การบริหารแบบพี่น้อง มีปัญหาหรือเรื่องอะไรที่สำคัญ จะปรึกษาผู้อาวุโส ซึ่งเป็นที่เคารพของทุกคน ไม่มีการเข้มงวดมาก มีการให้รางวัลและพร้อมที่จะไม่ให้รางวัลแก่คนที่ไม่ดี มีอะไรก็จะพูดกันแบบตรงไปตรงมา ดูผู้อาวุโส เป็นต้นแบบ (Modeling)
สำหรับผู้บริหารระดับกลางจะต้อง ศึกษา Style การบริหารและวัฒนธรรมของหน่วยงานของตน เพราะ style การบริหารแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องปรับรูปแบบการบริหารของเราให้เข้ากับนายได้ วิธีการพูดหรือ approach กับนายบางคนก็ไม่เหมือนกัน ต้องศึกษาว่านายเป็นอย่างไร culture ของคณะเป็นอย่างไร
2. ด้านความรู้ ความรู้ที่ผู้บริหารระดับกลางพึงมีที่สำคัญคือ
2.1 ต้องรู้ระเบียบทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพราะราชการมีข้อบังคับ ระเบียบและประกาศต่าง ๆ ทีเกี่ยวข้องซึ่งต้องบริหารงานให้เป็นไปตามที่กำหนด มิฉะนั้นแล้วก็จะทำให้มีความผิดได้ การรู้กฎระเบียบจะทำให้งานรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ ดังนั้นก่อนจะส่งงานหรือเสนองานต้องตรวจสอบว่าถูกต้องตามกฎระเบียบหรือไม่
2.2 ต้องใช้เทคโนโลยีเป็นในระดับผู้บริหาร ผู้บริหารระดับกลางต้องใช้ IT เป็นในระดับผู้บริหาร คืออย่างน้อยใช้ด้วยตัวเองไม่เป็นแต่ต้องรู้ว่าใช้ทำอะไร ในขณะเดียวกันต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการใช้ระบบ IT รวมทั้งพัฒนาบุคลากรของเราให้มีความพร้อมความเข้าใจใน IT มากขึ้น นอกจากนั้นแล้วทักษะด้านภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญ
2.3 ต้องแลกเปลี่ยนความรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานจะช่วยทำให้เพิ่มพูนมากขึ้น ทำให้รู้จักวิธีการทำงานของแต่ละหน่วยงาน งานเลขาฯ ที่สำคัญคือ บางคณะบทบาทอาจารย์อาจจะมาก บางคณะบทบาทอาจารย์อาจจะน้อย การบริหารก็จะต่างกัน เลขาฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันจะช่วยให้งานแต่ละงานดีขึ้น
ผู้บริหารระดับกลางต้องมีการพัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และรวมกันให้เป็นหนึ่ง ความสำคัญที่สุดของสถาบันที่จะดำเนินการไปได้ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้บริหารระดับกลาง เพราะข้างบนทำนโยบาย วางกรอบ แต่จะขับเคลื่อนด้วยผู้บริหารระดับกลาง ถ้าผู้บริหารระดับกลางทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะดำเนินไปด้วยดี การวางนโยบายไม่ใช่เป็นเรื่องยาก องค์กรของคนญี่ปุ่นคนที่สำคัญคือคนระดับกลาง เพราะคนตรงกลางประสานระหว่างข้างบนกับข้างล่าง ต่อให้ข้างบนวางนโยบายอย่างดีแต่ถ้าไม่ได้มีการสานต่อก็จะไม่สามารถบรรลุผลได้
3. ด้านมนุษยสัมพันธ์
3.1 ประสานงานอย่างไม่เป็นทางการก่อน เพื่อลดปัญหาการขัดแย้ง การโต้เถียงกัน ลดการซ้ำซ้อนของงาน
3.2 การพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจกันให้มาคุยกัน อย่าไปเถียงกัน...เถียงกันแล้วก็ไม่สบายใจ ทำให้ผิดใจ
3.3 สร้างความร่วมมือ ให้เกิดขึ้นในองค์กรด้วยการมีมนุษยสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีและบริหารความขัดแย้ง ต้องมี attitude ที่ดีต่อกัน ทำอย่างไรให้ประนีประนอมกันให้มากที่สุด ใครที่ไม่ชอบใครก็อย่าไปพูดกับคนนั้นให้มาก รายละเอียดเล็กน้อย ปลีกย่อยอย่าแคร์มาก พยายามจัดกิจกรรมให้เจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมกันเพื่อลด conflict เป้าหมายคือประสิทธิภาพของหน่วยงาน
3.4 อ่อนน้อมถ่อมตัว อ่อนโยนและจริงใจ อ่อนน้อมถ่อมตัว อ่อนโยนและจริงใจเป็น character ที่มีเสน่ห์ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็พูดกับเด็กดี ๆ เด็กก็นับถือ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ ๆ ก็นับถือ
4. ด้านการปฏิบัติงาน
4.1 การจัดลำดับความสำคัญของงาน
4.2 ตรงต่อเวลา จึงจะถือว่ามีคุณภาพใช้ได้ เหมือนกับสินค้าที่ต้องมีคุณภาพที่ดี ราคาถูกต้องและส่งตรงเวลา
4.3 ลด Boundary ของกองใน สอธ. หลาย ๆ งานจะมีความเกี่ยวข้องกัน ใน สอธ. จะไม่มี boundary ของกอง งานบางอย่างที่สำคัญ เช่น งานออกนอกระบบก็อาจทำเป็น task force ขึ้นมา หลาย ๆ กองมาช่วยกันทำ ประเด็นคือ ใน สอธ.จะต้องทำงานร่วมกัน เป็น flat มากขึ้น
4.4 UPDATE ข้อมูล และใช้ IT เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
หน้าที่ของฝ่ายสนับสนุนคือจะต้อง update ข้อมูลตลอดเวลา การบริหารการเรียนการสอนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ด้วยระบบ IT เข้ามามีบทบาทมากขึ้น สองส่วนคือ e-learning และ e-office เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ถ้าหากเราเรียนรู้ได้ก็จะทำให้การให้บริการการศึกษาของเรามีความรวดเร็ว มีความทันสมัย การเรียนการสอนจะพัฒนาเป็น e-learning ระบบการบริหารจัดการภายใน เป็นระบบ e-office ก็จะทำให้มีความรวดเร็ว
4.5 ต้องกล้าที่จะเสนอแนะเพื่อพัฒนางาน
ผู้บริหารระดับกลางคงทำอะไรใหม่ไม่ได้มากเพราะขึ้นอยู่กับคณบดี รองคณบดี เป็นหลัก เราจะตัดสินใจได้ค่อนข้างน้อย แต่เราเป็นผู้เสนอได้ว่า น่าจะทำอย่างนี้ถ้าอาจารย์เห็นดีด้วยก็ทำได้ แต่ถ้าไม่เห็นดีด้วยก็ไม่ต้องทำ เพราะเราไม่ได้อยู่ในระดับ decision maker ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจแต่เสนอได้ซึ่งจะทำให้การปรับปรุงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สิ่งที่น่าจะช่วยกันได้ก็คือ ถึงแม้เราจะไม่ได้ตัดสินใจ แต่ควรจะเสนอได้ว่าควรเป็นแบบนี้ ผู้บริหารมาแล้วก็ไป ความต่อเนื่องอยู่ที่ผู้บริหารระดับกลาง
5. ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
5.1 อย่ายึดติดกับการปรับเปลี่ยนโยกย้ายคน ขอให้มองภาพของการโยกย้าย การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของการพัฒนาคน การเปลี่ยนงานมีอยู่ 2 อย่าง คือ หนึ่งเพื่อให้งานไหลลื่นขึ้น สอง ประสบการณ์ บางทีทำงานสัก 4-5 ปีมันเริ่มเบื่อหน่าย ไม่ใช่การลงโทษแต่ความจริงแล้วมันทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น ทำให้ fresh ขึ้นด้วย มองภาพแบบนี้ซึ่งคงจะ dynamic มากขึ้น
5.2 การแบ่งโครงสร้างที่มีอยู่เราจะเน้นเรื่องของความรวดเร็ว ความเที่ยงตรง และความมีประสิทธิภาพ บุคลากรทุกคนต้องมี Job Description สิ่งเหล่านี้จะต้องทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจ เจ้าหน้าที่ของเราทุกคนต้องมี Job Description ถ้ามี Job Description ครบ ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานเราจะรู้ว่างานแต่ละงานมีผู้รับผิดชอบหรือยัง และจะรู้ว่ามีงานบางงานมีความซ้ำซ้อนกันไหม งานอะไรที่ขาดยังไม่มีคนทำ เพราะฉะนั้นจาก Job Description จะทำให้จัดบุคลากรได้เหมาะสม เป็นเรื่องที่จะช่วยว่ามีงานครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน
5.3 พัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ
ในฐานะที่เป็นหัวหน้าหน่วยงาน ต้องดูแลบุคลากรสายสนับสนุนว่าจะทำอย่างไรให้บุคลากรของเราทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นเรื่องของการดูแล การบริหาร การพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะต้องเน้นว่าให้ผู้ที่ทำงานกับเราได้รับการพัฒนา ในแต่ละปีต้องทำแผนพัฒนาบุคลากร ทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ของเราทุกคนมีการพัฒนาตนเอง ทำให้ระบบงานของตนเองมีความก้าวหน้า มีความรวดเร็วโดยตลอด ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ขององค์การคือ ทุกคนจะต้องขวนขวายหาความรู้ และในขณะเดียวกันการอบรม การสัมมนาของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ควรเพิกเฉยหรือละเลยในเรื่องของการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ ให้พนักงานทุกคนรู้และเข้าใจองค์การแห่งการเรียนรู้
5.4 สนับสนุนให้ลูกน้องก้าวหน้าในอาชีพ
สิ่งจูงใจประการหนึ่งซึ่งโดยปกติคนเราทุกคนทำงานไม่ว่าจะอยู่สายไหนก็ต้องการความก้าวหน้าทั้งสิ้น ในทางทฤษฎีของเรื่องสิ่งจูงใจถ้าหากเราไม่เอามาใช้หรือทำให้คนที่ทำงานกับเราก็จะทำให้เป็นข้อติดขัด ถ้าผู้ใต้บังคับบัญชามีโอกาสที่จะเติบโตได้สนับสนุนทุกกรณี เพราะถือเป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญ เมื่อเราดูแลความก้าวหน้า ขวัญกำลังใจและค่าตอบแทนต่าง ๆ ที่สมควรจะได้รับ ก็ต้อง demand กลับว่าทุกคนต้องทำงานด้วยความตั้งใจ
5.5 ประเมินผลการปฏิบัติงานต้องถูกต้องและยุติธรรม
การประเมินต้องมีลักษณะ Objective มากขึ้น ถ้าเป็น Subjective มากไม่สามารถแยกให้เห็นว่าคนนี้ต่างกับคนนั้นอย่างไร ต้องทำให้มี Objective ให้ชัด ๆ เลยว่า ข้อไหนประเด็นไหนคะแนนเป็นอย่างไร ก็จะทำให้แยกความแตกต่างได้ ถ้าหากเป็นลักษณะ Subjective ก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้า ระบบที่สำคัญที่จะทำให้คนทำงานกับเรามีขวัญกำลังใจก็จะต้องทำให้เขาได้รับการประเมินที่ถูกต้อง และยุติธรรม อาจจะต้องใช้การประเมิน 360 องศา
5.6 Empower ให้ฝ่ายสนับสนุน
มีการ empower ไปยังหัวหน้างาน ทำให้การทำงานได้เร็วขึ้น ทุกเรื่องไม่ต้องไปลงที่เลขานุการคณะหรือผู้อำนวยการกองก็จะทำให้แต่ละคนทำงานได้คล่องตัวขึ้น
5.7 การสร้างคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีแก่บุคลากร เพราะงานจะเดินหรือไม่ต้องมีกองทัพที่เข้มแข็งและมีความสุขในการทำงาน ดูแลและเอาใจใส่ลูกน้อง ให้กำลังใจลูกน้อง เพื่อนร่วมงานไม่ใช่ลูกน้อง ต้องดูแลไม่ให้อดอยาก ให้กินดีอยู่ดีพอสมควร..ถามลูกน้องว่าเขาเป็นอย่างไร สบายดีหรือไม่ ..คำพูดดี ๆ ก็ทำให้เขาดีใจ..ผู้บริหารต้องทำให้เป็นธรรมชาติ
หวังว่าสิ่งที่ได้ร้อยเรียงมาเล่าสู่กันฟังคงจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเรานะครับ
MAIN MENU
Home
ห้องความรู้
IT น่ารู้
WISDOM for Change
NIDA KM Spotlight
ความเป็นมาและแผน
Poll
Blog
ห้องภาพกิจกรรมทั้งหมด
POLLS
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ท่านทำงานในองค์กร ?
ผู้นำองค์กร
ผู้บริหารระดับสูง
ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น
ชื่อเสียงองค์กร
ความมั่นคงขององค์กร
ความก้าวหน้าในอาชีพ
สวัสดิการ
ความสะดวกในการเดินทาง
ความน่าอยู่ของสถานที่ทำงาน
LOGIN FORM
Username
Password
Remember Me
Forgot your password?
Forgot your username?
Create an account
http://www.km.nida.ac.th/home/index.php?option=com_content&view=article&id=86:2009-03-09-10-34-55&catid=52:2009-02-22-11-47-04&Itemid=93
บทความที่ 6
เรื่อง คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี
น.พ.สมชัย ตั้งพร้อมพันธ์
1. การเป็นผู้รู้จักตนเอง(Self realization)
• รู้ถึงความต้องการแห่งตน
• รู้ถึงวิธีการสร้างเป้าหมายแห่งตน ไม่ว่าในชีวิตส่วนตัว หรืองาน
• รู้ถึงขีดความสามารถแห่งตน ที่จะกระทำการใดๆ ได้เพียงใด
• รู้ถึงวิธีการควบคุมตนเอง การมีวินัยในการใช้ชีวิต และการทำงาน
• รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อตน และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น
• รู้ว่าตนจะต้องลงทุนอะไร เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งต้องการ
• รู้สึกได้ถึงความสุข ความทุกข์ ที่สัมผัสได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้ไดมาชี้นำ
• ยอมรับความจริงได้ทุกอย่าง ไม่หลอกตัวเอง
2.การเป็นผู้รู้จักการวิเคราะห์หาเหตุและผล(Analytical Mind)
• มองทุกสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า(Appearance)อย่างลึกซึ้ง คิดถึงที่ไป ที่มา ไม่ใช่แค่ที่เห็น
• มองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลึกถึงเหตุปัจจัย(Cause)
และสามารถคาดคะเนผลที่เกิดตามมา(Consequence)ในปัจจุบัน และในอนาคตได้
• เป็นผู้ที่ตั้งคำถามตลอดเวลา “ใคร(Who)? ทำอะไร(What)? ที่ไหน(Where)? เมื่อไร(When)?
ทำไม(Why) อย่างไร(HOW)? ” (5-W 1H)
• เข้าใจถึง หลักการ “อริยสัจ” ของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างดี
• เป็นผู้ที่ช่างสังเกต ให้ความสนใจในรายละเอียดเพื่อเก็บมาเป็นข้อมูล
• มองพฤติกรรมบุคคล(Person) เหตุการณ์(Event) สามารถโยงถึงหลักการ(Principle)ได้
และใช้หลักการ(Principle)สร้างวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา และป้องกันปัญหา เพื่อให้เกิดเหตุการณ์
(Event)ที่ต้องการ และ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล(Person)ให้อยู่ภายไต้การควบคุมได้
3. การเป็นผู้เรียนรู้ตลอดกาล(Life long learning)
• มีความรู้สึกว่าตนไม่รู้อะไรอีกมาก และตระหนักถึงความเป็นผู้ใฝ่รู้ตลอดเวลา
• เข้าใจดีกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้สิ่งที่เคยรู้เมื่อวันวานอาจไม่ใช่ในวันนี้อีกต่อไป
• มองเห็น สิ่งของ ผู้คน เหตุการณ์ เป็นสื่อสอนตนได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดี หรือสิ่งเลว
และสามารถเลือกเก็บมาจดจำ และหยิบออกมาใช้ได้อย่างเหมาะสม
• ใฝ่ค้นหา ติดตาม ความรู้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพ และการดำรงชีวิต
• มุ่งเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและจริงจังให้เป็นผู้รู้และเข้าใจในแต่ละเรื่องอย่างแท้จริง
• สามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา และเหมาะสม
• การเรียนรู้มี 2 อย่าง เรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้และเรียนรู้สิ่งที่เรารู้ให้รู้มากขึ้น
• นักปราชญ์บอกไว้ว่า ความรู้ที่แท้จริง คือการ “รู้ว่าเรารู้อะไร” และ “รู้ว่าเราไม่รู้อะไร”
เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นให้ค้นหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ
• กระบวนการเรียนรู้ของบุคคล เริ่มจาก
ความปรารถนาของตน(Personal vision) ถูกตั้งไว้ และกำหนดเป็นเป้าหมายใน
ขั้นตอนของชีวิต
เรียนรู้รูปแบบ ความคิดแห่งตนและผู้อื่น (Mental model) อย่างเข้าใจ
ให้ความสำคัญกับ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน (Shared vision)
อย่างเปิดใจกว้าง และรับฟัง
ร่วมแรงร่วมใจทำงานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน (Team learning)
รู้จักการคิดเชิงระบบ(System thinking) มีทักษะการวิเคราะห์ มองเหตุผล
และมองเห็น คาดการณ์ ผลลัพธ์ในอนาคตได้ และสามารถสังเคราะห์กระบวนการที่สามารถนำไป
สู่ความสำเร็จที่ต้องการ ได้
• ความรู้ดังกล่าวของบุคคลในกลุ่มที่อยู่ร่วมกัน สามารถ นำไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนร
ู้ (Learning Organization) และสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ได้ในที่สุด อันเป็น
สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมโลกยุคใหม่ (New society) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวดเร็ว
และไม่สิ้นสุด
4. ความเข้าใจในจิตวิทยาการบริหาร
ในการบริหารงาน คงจะไม่ผิดนักหากจะพูดว่าพูด “คือการบริหารคน” นั่นเอง เพราะ คน เป็นผู้กำหนด
วิธีการหรือระบบ(System) การได้มาและการบริหารการใช้ไปของทรัพยากร(Resource Management)
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลสำเร็จของงาน การที่จะบริการคนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ มีอารมณ์
และการแสดงออกที่ซับซ้อน ไม่ตรงไปตรงมา และมักมี “เป้าหมายซ่อนเร้นแห่งตน(Hidden Agenda)”
อยู่ภายในเสมอ ทำให้การบริหารยากและไม่อาจกำหนดผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมาได้ ผู้นำที่เข้าใจจิตใจ
ของมนุษย์ หากสามารถวิเคราะห์ผลกระทบของเหตุการณ์ต่อจิตใจของคนได้ ก็จะสามารถคาดเดาพฤติกรรม
แสดงออกของคนคนนั้นได้ไม่อยาก และสามารถที่จะสร้างสถานการณ์รองรับไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกัน
ผลเสียหายจากปฏิกริยาตอบโต้ของคนได้
ี 5. การเป็นคนดี “Good Person”
คนเก่ง และคนดีเป็นของคู่กัน แต่บางครั้งไม่ไปด้วยกัน “คนเก่ง” สร้างได้ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งแก่เฒ่า
โดยการเรียนรู้ทุ่มเท แต่ “คนดี”สร้างได้ยากกว่านักจนบางครั้งก็สร้างไม่ได้เลย คนเรามีการพัฒนา
Super ego ซึ่งได้แก่ มโนธรรม และอุดมคติแห่งตนในช่วงวัยเด็ก 5-10 ขวบ จากนั้นสิ่งที่ได้รับ
มาจะกลายเป็นโครงสร้างพฤติกรรมของคนๆนั้น(Frame of Reference)เขาจะใช้มันปรับให้เข้า
กับสิ่งแวดล้อมที่สัมผัสโดยใช้กระบวนการที่ซับซอ้นมากขึ้น การเป็นคนดีจะต้องมีการพัฒนาส่วนของ
Super ego ของคนๆนั้นมาแล้วเป็นอย่างดีโดยพ่อแม่ครูอาจารย์ในช่วงปฐมวัย เมื่อเติบใหญ่
จะเป็นคนที่สามารถปรับสมดุลในตนเองให้ได้ระหว่าง “กิเลส”จากจิตเบื้องต่ำขับเคลื่อนด้วยสัญชาติญาณแห่ง
ความต้องการที่รุนแรงที่ไม่ต้องการเงื่อนไขและข้อจำกัดไดๆ กับ “มโนธรรม” ที่ขับเคลื่อนด้วย ความปารถนา
ในอุดมคติแห่งตนที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดคนดี ควรมีคุณสมบัติดังนี้
1. มีความรู้ ไหวพริบ เฉลียวฉลาด (IQ= Intelligence Quatient) รู้แจ้งถึงความดีความชั่ว
รู้ที่จะเอาตัวรอดจากเล่ห์อุบายของตัณหา คนชั่ว และนำพาตนเองและผู้คนให้เห็นแจ้งในทางที่ดีควร
ประพฤติปฏิบัติได้
2. มีความอดกลั้น สติตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุ (EQ= Emotional Quatient)
จนตกอยู่ในห้วง“กิเลส” คือ โลภะ โทษะ และโมหะ และเกิดปัญญาในการแก้ไข สร้างสรรค์ และเล็งเห็น
ผลเลิศในระยะยาวได้
3. มีความอดทน มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (AQ= Adversity Quatient)
พร้อมที่จะเสียสละแรงกายเพื่อให้ได้มาซึ่งอุดมคติแห่งตน และความดีที่ยึดมั่น ไม่หวั่นไหว
ต่อคงามลำบากและอุปสรรคไดๆ
4. ไม่เป็นผู้ยึดติดกับสิ่งไดสิ่งหนึ่งจนเกินพอดี(VQ= Void Quatient)รู้ที่จะปรับเปลี่ยน
ตนเองตลอดเวลาให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ที่มี การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างเหมาะสม
5. เป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม (MQ= Moral Quatient)
มีสำนึกของ “ความผิดชอบชั่วดี” มีความละอายใจต่อบาป ไม่ประพฤติชั่ว มุ่งทำแต่ความดี มีจิตใจที่ผ่องใส
ผู้บริหารที่ดี มีคุณสมบัติดังนี้
1. มีความรับปิดชอบในหน้าที่(Responsibility)
2. มีความรับผิดชอบในผลที่เกิดการกระทำของตน(Accountability)
3. มีความโปร่งใสตรวจสอบได้(Transparency)
4. มีความยุติธรรม(Justice)
กลับหน้าหลัก
http://www.ksbrhospital.com/site/Director/story6.php
NovaBizz
เกมส์ทําอาหาร
เกมส์แต่งบ้าน
เกมส์ปลูกผัก
เกมส์แต่งตัว
เกมส์แต่งหน้า
เกมส์ตัดผม
เกมส์จับคู่
Home
พัฒนาตนเอง
รู้จักตนเอง
กระบวนการ
แบบแผน
สัมพันธภาพ
การเงิน
บริหารเวลา
คุณสมบัติของผู้นํา
Tab 1Tab 2Tab 3Tab 4Tab 5Tab 6
คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี
1. การเป็นผู้รู้จักตนเอง(Self realization)
รู้ถึงความต้องการแห่งตน
รู้ถึงวิธีการสร้างเป้าหมายแห่งตน ไม่ว่าในชีวิตส่วนตัว หรืองาน
รู้ถึงขีดความสามารถแห่งตน ที่จะกระทำการใดๆ ได้เพียงใด
รู้ถึงวิธีการควบคุมตนเอง การมีวินัยในการใช้ชีวิต และการทำงาน
รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อตน และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น
รู้ว่าตนจะต้องลงทุนอะไร เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งต้องการ
รู้สึกได้ถึงความสุข ความทุกข์ ที่สัมผัสได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้ไดมาชี้นำ
ยอมรับความจริงได้ทุกอย่าง ไม่หลอกตัวเอง
2. การเป็นผู้รู้จักการวิเคราะห์หาเหตุและผล (Analytical Mind)
มองทุกสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า(Appearance)อย่างลึกซึ้ง คิดถึงที่ไป ที่มา ไม่ใช่แค่ที่เห็น
มองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลึกถึงเหตุปัจจัย (Cause) และสามารถคาดคะเนผลที่เกิดตามมา (Consequence) ในปัจจุบัน และในอนาคตได้
เป็นผู้ที่ตั้งคำถามตลอดเวลา "ใคร(Who)? ทำอะไร(What)? ที่ไหน(Where)? เมื่อไร(When)?
ทำไม(Why) อย่างไร(HOW)? " (5-W 1H)
เข้าใจถึง หลักการ "อริยสัจ" ของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างดี
เป็นผู้ที่ช่างสังเกต ให้ความสนใจในรายละเอียดเพื่อเก็บมาเป็นข้อมูล
มองพฤติกรรมบุคคล (Person) เหตุการณ์ (Event) สามารถโยงถึง หลักการ (Principle) ได้ และ ใช้หลักการ (Principle) สร้างวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา และป้องกันปัญหา เพื่อให้เกิดเหตุการณ์ (Event) ที่ต้องการ และ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล (Person) ให้อยู่ภายไต้การควบคุมได้
3. การเป็นผู้เรียนรู้ตลอดกาล (Life Long Learning)
มีความรู้สึกว่าตนไม่รู้อะไรอีกมาก และตระหนักถึงความเป็นผู้ใฝ่รู้ตลอดเวลา
เข้าใจดีกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้สิ่งที่เคยรู้เมื่อวันวานอาจไม่ใช่ในวันนี้อีกต่อไป
มองเห็น สิ่งของ ผู้คน เหตุการณ์ เป็นสื่อสอนตนได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดี หรือสิ่งเลว และสามารถเลือกเก็บมาจดจำ และหยิบออกมาใช้ได้อย่าง เหมาะสม
ใฝ่ค้นหา ติดตาม ความรู้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพ และการดำรงชีวิต
มุ่งเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและจริงจังให้เป็นผู้รู้และเข้าใจในแต่ละเรื่องอย่างแท้จริง
สามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา และเหมาะสม
การเรียนรู้มี 2 อย่าง เรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้และเรียนรู้สิ่งที่เรารู้ให้รู้มากขึ้น
นักปราชญ์บอกไว้ว่า ความรู้ที่แท้จริง คือการ "รู้ว่าเรารู้อะไร" และ "รู้ว่าเราไม่รู้อะไร" เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้น ให้ค้นหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ
กระบวนการเรียนรู้ของบุคคล เริ่มจาก ความปรารถนาของตน (Personal Vision) ถูกตั้งไว้ และกำหนดเป็นเป้าหมายใน
ขั้นตอนของชีวิต เรียนรู้รูปแบบ ความคิดแห่งตนและผู้อื่น (Mental Model) อย่างเข้าใจ
ให้ความสำคัญกับ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน (Shared vision) อย่างเปิดใจกว้าง และรับฟัง
ร่วมแรงร่วมใจทำงานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน (Team Llearning)
รู้จักการคิดเชิงระบบ (System thinking) มีทักษะการวิเคราะห์ มองเหตุผล และมองเห็น คาดการณ์ ผลลัพธ์ในอนาคตได้ และสามารถสังเคราะห์กระบวนการที่สามารถนำไป สู่ความสำเร็จที่ต้องการ ได้
ความรู้ดังกล่าวของบุคคลในกลุ่มที่อยู่ร่วมกัน สามารถ นำไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ได้ในที่สุด อันเป็น สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมโลกยุคใหม่ (New Society) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวดเร็ว และไม่สิ้นสุด
4. ความเข้าใจในจิตวิทยาการบริหาร
ในการบริหารงาน คงจะไม่ผิดนักหากจะพูดว่าพูด "คือการบริหารคน" นั่นเอง เพราะ คน เป็นผู้กำหนด วิธีการหรือระบบ (System) การได้มาและการบริหาร การใช้ไปของทรัพยากร (Resource Management) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลสำเร็จของงาน การที่จะบริการคนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ มีอารมณ์ และการแสดงออกที่ซับซ้อน ไม่ตรงไปตรงมา และมักมี "เป้าหมายซ่อนเร้นแห่งตน (Hidden Agenda)" อยู่ภายในเสมอ ทำให้การบริหารยาก และไม่อาจ กำหนดผลลัพธ์ อย่างตรงไปตรงมา ได้ ผู้นำที่เข้าใจจิตใจ ของมนุษย์ หากสามารถวิเคราะห์ผลกระทบของเหตุการณ์ต่อจิตใจของคนได้ ก็จะสามารถคาดเดา พฤติกรรม แสดงออกของคนคนนั้นได้ไม่อยาก และสามารถที่จะสร้างสถานการณ์รองรับไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกัน ผลเสียหายจากปฏิกริยาตอบโต้ของคนได้
5. การเป็นคนดี "Good Person"
คนเก่ง และคนดีเป็นของคู่กัน แต่บางครั้งไม่ไปด้วยกัน "คนเก่ง" สร้างได้ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งแก่เฒ่า โดยการเรียนรู้ทุ่มเท แต่ "คนดี" สร้างได้ยากกว่า นักจนบางครั้งก็สร้างไม่ได้เลย คนเรามีการพัฒนา Super ego ซึ่งได้แก่ มโนธรรม และอุดมคติแห่งตนในช่วงวัยเด็ก 5-10 ขวบ จากนั้นสิ่งที่ได้รับ มาจะกลายเป็น โครงสร้างพฤติกรรม ของคนๆ นั้น(Frame of Reference)เขาจะใช้มัน ปรับให้เข้า กับสิ่งแวดล้อม ที่สัมผัสโดยใช้ กระบวนการ ที่ซับซอ้นมากขึ้น การเป็นคนดีจะต้องมี การพัฒนาส่วนของ Super ego ของคนๆนั้น มาแล้ว เป็นอย่างดีโดย พ่อแม่ครูอาจารย์ ในช่วงปฐมวัย เมื่อเติบใหญ่ จะเป็นคนที่สามารถ ปรับสมดุล ในตนเองให้ได้ระหว่าง "กิเลส" จาก จิตเบื้องต่ำขับเคลื่อน ด้วย สัญชาติญาณแห่ง ความต้องการ ที่รุนแรงที่ไม่ต้องการเงื่อนไขและข้อจำกัดไดๆ กับ "มโนธรรม" ที่ขับเคลื่อนด้วย ความปารถนา ในอุดมคติแห่งตนที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดคนดี ควรมีคุณสมบัติดังนี้
มีความรู้ ไหวพริบ เฉลียวฉลาด (IQ= Intelligence Quatient) รู้แจ้งถึงความดีความชั่ว รู้ที่จะเอาตัวรอด จากเล่ห์อุบายของตัณหา คนชั่ว และนำพาตนเองและผู้คนให้เห็นแจ้งในทางที่ดีควร ประพฤติปฏิบัติได้
มีความอดกลั้น สติตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุ (EQ= Emotional Quatient) จนตกอยู่ในห้วง"กิเลส" คือ โลภะ โทษะ และโมหะ และเกิดปัญญาในการแก้ไข สร้างสรรค์ และเล็งเห็น ผลเลิศในระยะยาวได้
มีความอดทน มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (AQ= Adversity Quatient) พร้อมที่จะเสียสละแรงกาย เพื่อให้ได้มาซึ่งอุดมคติแห่งตน และความดีที่ยึดมั่น ไม่หวั่นไหว ต่อคงามลำบากและอุปสรรคไดๆ
ไม่เป็นผู้ยึดติดกับสิ่งไดสิ่งหนึ่งจนเกินพอดี(VQ= Void Quatient)รู้ที่จะ ปรับเปลี่ยน ตนเอง ตลอดเวลาให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ที่มี การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างเหมาะสม
ป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม (MQ= Moral Quatient) มีสำนึกของ "ความผิดชอบชั่วดี" มีความละอายใจต่อบาป ไม่ประพฤติชั่ว มุ่งทำแต่ความดี มีจิตใจที่ผ่องใส
ลงประกาศซื้อ-ขายสินค้า ฟรี!!!
สัมพันธภาพ
การปรับปรุงตนเองเพื่อสร้างมนุษยสัมพันธ์
วิธีจูงใจผู้อื่นให้คล้อยตามความคิดของเรา
วิธีปฏิบัติ 6 ประการ เพื่อทำให้ผู้อื่นชอบท่าน
วิธีปฏิบัติ 12 ประการ เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตามแนวความคิดของท่าน
วิธีปฏิบัติ 9 ประการเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้อื่น โดยไม่ให้มีความรู้สึกบาดหมางขุ่นเคือง
จิตวิทยาของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน
ทักษะการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น
วิธีชนะมิตรและจูงใจคน ของ เดล คาร์เนกี
มนุษยสัมพันธ์ในองค์การ
เครือข่าย Networking
การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล Interpersonal
Never be lied to again
9 วิธี เป็นคนเจ้าเสน่ห์ที่มีความสุข
คู่มือสะกดใจคน Get Anyone to do Anything
วิธีการอ่านและวิเคราะห์จิตใจคน
กลยุทธ์ชนะใจคน Dealing with difficult People
มนุษยสัมพันธ์กับการพัฒนาบุคลิกภาพ
การสร้างสัมพันธภาพ
ทฤษฎี 6 องศา Six Degrees of Separation
7 ประเภทนักบริหารสู่ความสำเร็จหรือล่มสลาย
ทฤษฎีภาวะผู้นำ
คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี
ความท้าทายของการเป็นผู้นำ
จริยธรรมผู้นำ Ethic
การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) 1
การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) 2
การบริหารความขัดแย้งในการทำงานเป็นทีม
ลงประกาศฟรี : อพาร์ทเม้นท์ คอนโดมีเนียม สำนักงานให้เช่า พื้นที่ค้าขาย
โรงแรม ที่พัก : ที่พักชะอํา ที่พักปาย ที่พักวังน้ำเขียว ที่พักหัวหิน ที่พักปราณบุรี ที่พักพัทยา ที่พักบางแสน ที่พักอัมพวา ที่พักสวนผึ้ง ที่พักเขาใหญ่
บ้านและสวน : บ้านและสวน การจัดสวน ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น
เกมส์ออนไลน์: เกมส์แต่งตัว เกมส์ทําอาหาร เกมส์ตัดผม
© 2005-2012 NovaBizz
Read more: http://www.novabizz.com/NovaAce/Relationship/Leadership_11.htm#ixzz1rH1zcdu1
http://co1la8ji.gotoknow.org/avatars/users/000/050/871/ico128.jpg?1283002666
เนื้อหา
สมัครสมาชิก
เข้าระบบ
รองขวัญ
ผู้บริหารในอนาคต
ค้นหา เส้นทาง → หน้าแรก → รองฯขวัญ → สมุด (บล็อก) → รองขวัญ → ผู้บริหารในอนาคต
รองฯขวัญ
ขวัญเรือน เสรารมย์
รองผู้อำนวยการชำนาญการ(ปัจจุบัน ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ)
อีเมล
สมาชิก
ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0
เนื้อหาของผู้เขียนนี้
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
สมุด (บล็อก)
บันทึกล่าสุด
บันทึกที่ได้รับความเห็นล่าสุด
อนุทิน
ไฟล์
ถามตอบ
คำถามที่ถาม
คำถามที่ตอบ
ข่าวประชาสัมพันธ์
เนื้อหาที่ให้ดอกไม้
ความเห็นล่าสุด
แพลนเน็ต
บันทึกล่าสุด
วันนี้ที่ ร.ร.บ้านหมอมุ่ย ตอน 2
ครูใหม่
โรงเรียนดีประจำตำบล(ขนาดเล็กๆ)
รับครูอัตราจ้าง
มีต่อ »
สมุด (บล็อก)
บันทึกล่าสุด
สารบัญ
RSS Feed
เกี่ยวกับบล็อกนี้
ป.โท
บุคลิกดี วิสัยทัศน์ไกล มนุษยสัมพันธ์ดี
ผู้บริหารที่ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องการ......คือ..เป็นผู้บริหารที่เก่งมีคุณสมบัติพิเศษ มีบุคลิกดี มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความกระตือรือร้นตลอดเวลา มองหาโอกาสและช่องทางที่จะทำให้องค์การประสบชัยชนะและอยู่ในแนวหน้า แต่สิ่งที่สำคัญก็คือบทบาทของผู้นำที่จะนำไปสู่ความเป็นผู้้บริหารที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับบทบาทของผูู้นำแต่ละคนที่
มีบทบาทแตกต่างกันออกไป แล้วแต่สภาพการณ์ความถนัดของผู้นำและความต้องการของสมาชิกในกลุ่มหรือผู้ร่วมงาน
บทบาทผู้นำมีหลายประเภท ดังนี้
1. บทบาทผุ้นำในฐานะผู้บริหาร
2. บทบาทผู้นำในฐานะผู้กำหนดนโยบาย
3. บทบาทผู้นำในฐานะผู้วางแผน
4. บทบาทผู้นำในฐานะผู้เชี่ยวชาญ
5. บทบาทผุ้นำในฐานะตัวแทนของกลุ่มเพื่อติดต่อกับภายนอก
6. บทบาทผู้นำในฐานะผู้ควบคุมความสัมพันธ์ภายใน
7. บทบาทของผู้นำในฐานะให้คุณให้โทษ
8. บทบาทของผู้นำในฐานะอนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ย
9. บทบาทของผู้นำในฐานะบุคคลตัวอย่าง
10.บทบาทของผู้นำในฐานะสัญลักษณ์ของกลุ่ม
11.บทบาทของผู้นำในฐานะตัวแทนรับผิดชอบ
12.บทบาทของผู้นำในฐานะนักอุดมคติ
13.บทบาทของผุ้นำในฐานะบิดาผู้ปราณี
14.บทบาทของผู้นำในฐานะแพะผู้รับบาป
การแสดงบทบาทการเป็นผู้นำย่อมแตกต่างกันออกไป...บางคนก็แสดงได้เหมาะสมเป็นที่รักใคร่ของคน
รอบๆข้าง บางคนก็แสดงบทบาทจนเกินงาม...เข้าขั้นหลงในตนเอง...ที่่หยิบยกมานี้เป็นส่วนหนึ่งที่อยากให้ผู้อ่านนำไป
ขบคิดพินิจพิเคราะห์แล้วปรับตนเองให้เข้ากับยุคสมัย...ให้ได้ใจผู้ร่วมงานแล้วท่านจะได้งานที่ยั่งยืน...
อ้างอิง...วารสารวงการครู ปีที่ 1 ฉบับที่ 10 เดือนตุลาคม 2547
คำสำคัญ (keywords): ให้ได้ใจคนแล้วจะได้งานที่ยั่งยืน
สร้าง: 09 สิงหาคม 2551 22:29 · แก้ไข: 01 เมษายน 2555 19:41
· อ่าน: 441 · ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 1 · สร้าง: มากกว่า 3 ปี ที่แล้ว
ดอกไม้
เข้าระบบ
Facebook
Twitter
Google
ความเห็น
คนพลัดถิ่น~ต้นตอ-natachoei(หน้าตาเฉย) (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
09 สิงหาคม 2551 22:32
#780427
มีอ้างอิงด้วย ถูกครับ ท่านรองขวัญ
ผู้บริหารที่มีอารมณ์ดี ก็ยิ่งทำให้ลูกน้องหรือผู้ร่วมงานเกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีไปด้วยนะครับ
ลบ แจ้งใช้งานผิดนโยบาย
ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้
ชื่อ:
อีเมล:
ห้าบวกสี่เท่ากับ: อ่านภาษาไทยได้ไหม?
กรุณาคำนวนตัวเลขแล้วใส่ผลลัพธ์เป็นภาษาไทยเพื่อแสดงว่าคุณไม่ใช่สแปม
ข้อความ:
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ เขียนแบบ Markdown ได้
แนบไฟล์:
ชื่อไฟล์ต้องใช้ตัวอักษร a-z, A-Z, 0-9 สัญลักษณ์ขีดกลาง (-) หรือขีดล่าง (_) และห้ามเว้นวรรค
ส่งอีเมลแจ้งด้วยเมื่อรายการนี้มีความเห็นเพิ่มเติม New!
นโยบายการแสดงความเห็น »
ป.โท
ค้นหา เส้นทาง → หน้าแรก → รองฯขวัญ → สมุด (บล็อก) → รองขวัญ → ผู้บริหารในอนาคต
ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มรภ.อบ.ขอเชิญอบรมเชิงปฏิบัติการ“จิตตปัญญาศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน” 24-26...
งานมหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี
"เรียนรู้งานบรรณาธิการเบื้องต้น กับ Praphansarn Academy"
"ปฏิบัติธรรมอย่างไร ใจเป็นสุข" โดย พระอาจารย์ มานพ อุปสโม
พิธีเจริญพระพุทธมนต์ มหาสมัยสูตร ประจำปี ๒๕๕๕
มีต่อ »
หมวดหมู่
ข่าวจิตอาสา
ข่าวอบรม สัมมนา ประชุม
ข่าวรับสมัครงาน
ข่าวประกวดราคา จัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวการศึกษา
ข่าววิจัย
ข่าวทั่วไป
New! เชิญใช้งาน ClassStart.org ระบบจัดการชั้นเรียนออนไลน์ บริการฟรีแก่ทุกสถานศึกษา ไม่มีข้อจำกัด
GotoKnow
เกี่ยวกับ Gotoknow.org
องค์กรที่ดูแล GotoKnow.org
บล็อก UsableLabs
GotoKnow twitter
Facebook : Group | Fan Page
ศูนย์ข้อมูล ยา : โรค : Lab Tests : สมุนไพร
ClassStart.org ฟรี! สร้างชั้นเรียนออนไลน์
ความช่วยเหลือ
ขอ Password ใหม่
หลักการเขียนบล็อก
ความสามารถระบบ (Features)
บล็อก: เครื่องมือจัดการความรู้
โครงการ Blog to Book
คู่มือการใช้ GotoKnow (ฉบับย่อ) .pdf
นโยบาย
นโยบายสิทธิส่วนบุคคล
เงื่อนไขการใช้บริการ
แนวทางการเขียนอย่างไม่ละเมิดลิขสิทธิ์
สัญญาอนุญาต
GotoKnow ทำงานได้ดีกับ Google Chrome
GotoKnow.org เป็นบริการสังคมของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
GotoKnow.org (เข้าสู่ปีที่ 7) ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ภายใต้เงื่อนไขการใช้บริการที่สมาชิกไม่หวังผลทางการค้า
โดยได้รับการสนับสนุนหลักโดย ศูนย์สร้างสุข สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/199871?
เนื้อหา
สมัครสมาชิก
เข้าระบบ
บุคลิกภาพของผู้บริหารในอนาคต
บุคลิกภาพของผู้บริหารในอนาคต
ค้นหา เส้นทาง → หน้าแรก → สุขสวัสดิ์ → สมุด (บล็อก) → บุคลิกภาพของผู้บร... → บุคลิกภาพของผู้บร...
สุขสวัสดิ์
สุขสวัสดิ์ สุข จันทะวัฒ
อีเมล
สมาชิก
ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0
เนื้อหาของผู้เขียนนี้
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
สมุด (บล็อก)
บันทึกล่าสุด
บันทึกที่ได้รับความเห็นล่าสุด
อนุทิน
ไฟล์
ถามตอบ
คำถามที่ถาม
คำถามที่ตอบ
ข่าวประชาสัมพันธ์
เนื้อหาที่ให้ดอกไม้
ความเห็นล่าสุด
แพลนเน็ต
บันทึกล่าสุด
บุคลิกภาพของผู้บริหารในอนาคต
มีต่อ »
สมุด (บล็อก)
บันทึกล่าสุด
สารบัญ
RSS Feed
เกี่ยวกับบล็อกนี้
บุคลิกภาพของผู้บริหารในอนาคต
บุคลิกภาพ
ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Personality มาจากรากศัพท์ภาษากรีก คือ Persona (Per + Sonare) ซึ่งหมายถึง Mask ที่แปลว่า หน้ากาก ที่ตัวละครใช้สวมใส่ เป็นการเปรียบเทียบว่ามนุษย์ ทุกคนย่อมมีบทบาทไปตามหน้ากากที่สวมใส่ ในชีวิตประจำวัน
ความสำคัญของบุคลิกภาพผู้บริหาร
จากคำกล่าวที่ว่า “บุคลิกภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” สะท้อนให้เห็นว่า คนที่มีลักษณะดีมีคุณธรรม ย่อมมีโอกาส ประสบความสำเร็จได้มาก บุคลิกภาพจึงมีความสำคัญ ดังนี้
บุคลิกภาพมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
บุคลิกภาพสร้างเสริมความมั่นใจ สง่างาม กล้าพูดกล้าทำ
ลักษณะบุคลิกภาพช่วยสร้างเสริมสัมพันธภาพระหว่างบุคคล
แน่นอนว่า ผู้บริหารที่มีบุคลิกภาพดีย่อมได้รับการนับถือจากผู้บังคับบัญชา และเมื่อทั้งผู้บริหาร และผู้ใต้บังคับบัญชามีความสัมพันธ์อันดีกันแล้ว งานก็จะเดินหน้าได้อย่างราบรื่น เพราะสามารถเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ ขอคำแนะนำได้ง่าย ร่วมมือกันทำงาน และแก้ปัญหา มีทีมเวิร์คที่ดี งานที่ว่ายากๆ ก็ง่ายไปกว่าครึ่ง
แต่ถ้าผู้นำมีลักษณะท่าทางที่โผงผาง พูดจาหยาบคาย ไม่ใส่ใจการประชุม ทำตามใจตนเอง เอาความคิดเห็นตัวเองเป็นใหญ่ ฯลฯ บุคลิกภาพอย่างนี้หาคนยอมรับได้ยาก ผู้ใต้บังคับบัญชาอาจจะไม่สนใจ งานมีแนวโน้มจะยิ่งพังตามไปด้วย
“บุคลิกภาพของมนุษย์สุดประเสริฐ เป็นบ่อเกิดแห่งศรัทธามหาศาล
ใครพบพานอยากอยู่ชิดสนิทนาน อีกบันดาลให้พบสุขและสำเร็จ”
องค์ประกอบของบุคลิกภาพ
1.บุคลิกภาพทางกาย แบ่งเป็นองค์ประกอบย่อย 2 องค์ประกอบ
ประการแรก คือ รูปลักษณ์ภายนอกของผู้บริหาร เพราะนี่เป็นสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาผู้คน ดังนั้น ความสะอาดของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ รองลงมาคือ การแต่งกายที่เรียบร้อย เหมาะสมกับตำแหน่ง วัย และสถานการณ์ ทั้งสองส่วนนี้จะเป็นตัวสื่อสารให้คนภายนอกรู้จักตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็น ระดับการศึกษา ฐานะ ตำแหน่ง ฯลฯ โดยไม่ต้องใช้คำพูดด้านวิชาการบางท่านเรียกสิ่งนี้ว่า การสื่อสารที่ไร้ศัพท์ ผู้บริหารที่ขาดการใส่การสื่อสารที่ไร้ศัพท์นี้ อาจจะสื่อสารให้ผู้พบเห็นเข้าใจในเรื่องต่างๆ ผิดไปจากความจริงได้ ประการที่สอง คือ บุคลิกภาพภายใน หมายถึงการใช้ภาษา ผู้นำต้องสามารถพูดโต้ตอบได้ฉลาด สามารถเป็นผู้นำกลุ่มได้ และต้องอ่านหนังสืออยู่เสมอ เพื่อก้าวทันสมัย และเป็นข้อมูลในการแสดงความคิดเห็น ให้คำปรึกษา โต้ตอบกับคู่สนทนา นี่คือสิ่งที่จะก่อให้เกิดการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา
2.บุคลิกภาพทางอารมณ์และจิตวิทยา
อารมณ์เป็นสิ่งที่แสดงให้คนรู้จักเราได้อย่างชัดเจน ผู้นำที่มีบุคลิกภาพดีต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์ ทนต่อความกดดันได้ ระงับอารมณ์โกรธได้อย่างรวดเร็ว ไม่หงุดหงิด บ่นว่าตลอดเวลา ต้องกล้าเผชิญอุปสรรคอย่างไม่ย้อท้อ เคารพสิทธิผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และต้องมีจิตวิทยาในการพูด พูดจาชมเชย โน้มน้าวจูงใจให้คนทำงานเพื่อความเจริญก้าวหน้าของหน่วยงานได้ รวมทั้งมรีจิตใจที่จะส่งเสริมความก้าวหน้าของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
3. บุคลิกภาพทางสังคม
ผู้บริหารควรเป็นผู้นำในการศึกษาหาความรู้ในพิธีการต่างๆ ตามบรรทัดฐาน (Norms) ของสังคม เพื่อจะได้ปฏิบัติตามมารยาทสากลได้อย่างถูกต้อง สามารถเป็นตัวอย่างให้คำแนะนำแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดทั้งคนรอบข้างได้
4.บุคลิกภาพทางสติปัญญา
ความรอบรู้และมองการณ์ไกลเป็นสิ่งสำคัญกับผู้ที่อยู่ในสถานะ “ผู้บริหาร” ผู้บริหารที่มีบุคลิกภาพที่ดีจะต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์พอที่จะเป็นผู้นำกลุ่มได้ สามารถสร้างสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้ อีกทั้งการมีบุคลิกภาพที่ดีทางสติปัญญา จะยิ่งทำให้ลูกน้องเคารพและให้เกียรติมากยิ่งขึ้นด้วย
บุคลิกภาพทั้ง 4 ด้านนี้ หากเป็นบุคคลธรรมดาๆ จะได้รับความคาดหวังว่าต้องมีในระดับหนึ่ง แต่ยิ่งเป็นที่คาดหวังสูงในบุคคลระดับผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า ผู้จัดการ ผู้บริหาร ฯลฯ เพราะคนรอบข้างจะมองว่า บุคคลข้างต้นจะต้องมีบุคลิกที่ดีเป็นอย่างมาก หากทำอะไรผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจถูกตำหนิได้ ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องระวัง และใส่ใจต่อทุกการกระทำ ทุกคำพูด ทุกความคิด ฯลฯ เพราะคนระดับผู้นำทำอะไรแล้ว จะเป็นที่จับตามองของคนอื่นๆ อยู่ตลอดเวลาและที่สำคัญ ผู้นำต้องหมั่นสร้าง และฝึกฝนบุคลิกภาพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น จนเป็นภาพลักษณ์ประจำตัวเพื่อให้เกิดความนับถือแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา แล้วงานทั้งหลายก็จะเดินไปสู่เส้นชัยได้ด้วยดีค่ะ
“ภายนอกบอกความงาม ภายในบอกความดี
หน้าที่บอกความสามารถ”
บุคลิกภาพของผู้บริหารที่พึงประสงค์
ลักษณะผู้นำ
ความเป็นคนใฝ่รู้ ช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสืบค้น
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ความสามารถในการปรับตัวได้ดี
แสดงออกอย่างเหมาะสม มีกาลเทศะ
มนุษยสัมพันธ์ดี
มีความเป็นระเบียบและมีวินัย
การสู่ความเป็นเลิศบุคลิกภาพพิเศษของนักบริหาร
รู้จักบริหารตนเอง
ทำงานอย่างมีระบบ
รักในงานที่ทำ
รู้จักใช้คนให้เหมาะสมกับงาน และรู้จักใช้งาน ให้เหมาะกับคน
รู้หลักโอนอ่อนผ่อนปรน
แสวงหาความรู้ใส่ตัวเองตลอดเวลา
จิตใจกว้างขวาง
มีสายตายาวไกล
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
รู้จักบริหารเวลา
เก็บรับบทเรียนในอดีต
มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
รู้จักรุก รู้จักถอย เรียนรู้จากผู้อื่น
บุคลิกภาพของผู้บริหาร ในอนาคต
ยืนหยัด ไม่ยอมเสียจุดยืน เสียความมั่นใจของตนเอง มีเหตุผลและใช้ วิจารณญาณของตนเอง
ยืดหยุ่น รู้จักผ่อนปรนตามสถานการณ์ เพื่อให้การปฏิบัติการบรรลุผลตาม เป้าหมาย
ยินยอม รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ประนีประนอม
ยิ้มแย้ม สามารถยิ้มรับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ แสดงอารมณ์อย่างเหมาะสม
ยกย่อง รู้จักยกย่องผู้อื่นด้วยความจริงใจ
หัว / สมอง หู
ยืดหยุ่น คิดอย่างมีเหตุผล ฟังเป็น ฟังด้วย หู ตา ใจ
เยือกเย็นในการตัดสินใจ ฟังแม้แต่ปัญหาเล็กน้อย
เชี่ยวชาญเทคนิคของงาน รวบรวมข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็น
เก็บความรู้สึกส่วนตัวได้ดี แสวงหาการฟัง
มีความคิดใหม่ ๆ กว้าง ไกล ลึก ฟังความคิดเห็นของลูกน้อง
ตา
มองปัญหาทั้งในปัจจุบันและอนาคต
สอดส่องดูแลแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยตลอดเวลา
ดูคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น
หัวใจ ปาก
จิตสำนึกของความรับผิดชอบ ชักจูงเก่ง
เมตตา กรุณา เสียสละ พูดสนุก
น้ำใจ หรือ สปิริตสูง พูดด้วยความยิ้มแย้ม
สงสาร เห็นใจ และให้อภัย พูดความจริง
เยือกเย็น สงบ ไม่ตื่นเต้นง่าย ใจสู้ พูดมีเหตุมีผล
มือ เท้า
เชี่ยวชาญในงาน เคลื่อนไหวฉับไวอยู่เสมอ
ขยัน ช่วยในการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร
ทำงานรวดเร็ว เดินเยี่ยมชม ตรวจตรา
เหมาะกับงาน Management by walking around
ใช้มือแสดงออกดีและมีมนุษยสัมพันธ์
นอกจากผู้บริหารจะมีบุคลิกภาพที่ดีทางด้านพฤติกรรมแล้ว บุคลิกภาพทางด้านสุขภาพจิตก็เป็นสิ่งสำคัญในการบริหารองค์กรไม่แพ้กัน ดังคำกล่าวที่ว่า
“มาดต้องตา วาจาต้องใจ ภายในต้องเยี่ยม”
สุขภาพจิตที่ดีของผู้บริหารในอนาคต
ให้ความเมตตา กรุณา และปรารถนาดี
รับฟังทรรศนะ คำวิจารณ์ และข้อมูลย้อนกลับ
สงบ สุขุม
สดชื่น เบิกบาน พร้อมประสานมิตร
เอาใจเขาใส่ใจเรา
ปล่อยวาง
อดทน หนักแน่น
ข่มอารมณ์ เก็บอารมณ์ รักษาอารมณ์
ใจเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะ
ต่างคนต่างจิตต่างใจ
ซึ่งการจะเป็นผู้บริหารที่ดีได้นั้นเราต้องพัฒนาบุคลิกภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป ถึงแม้จะมีคำกล่าวที่ว่า
ทั้งชีวิตราชการ และชีวิตส่วนตัว
จะหาคนสมบูรณ์ที่สุดไม่ได้ในโลกนี้
“No one is perfect”
แต่เราควรฝึกฝนทักษะต่าง ๆ และพัฒนาบุคลิกภาพตนเองให้ดีที่สุด ซึ่งทักษะต่าง ๆ ที่ดิฉันจะมานำเสนอนั้น ประกอบด้วย 4 ทักษะใหญ่ ๆ ที่ผู้บริหารควรนำไปพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง
ทักษะที่ต้องพัฒนาตนเองของผู้บริหาร
ทักษะที่1 สร้างบุคลิกของผู้บริหารชั้นเยี่ยม
แต่งกายมีรสนิยมดีเหมาะสมฐานะ
ดูแลสุขภาพให้มีรูปลักษณ์ทรวดทรงที่เหมาะสม
ควบคุมอารมณ์ให้เป็นผู้ใหญ่มีเหตุมีผล
มีทักษะและมารยาทที่ห้องประชุม+โต๊ะอาหาร
ติดตามข่าวสาร อ่านหนังสือประเทืองปัญญา
ไปเข้าร่วมสัมมนา+เป็นวิทยากร
รู้จักทักษะการแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น เหมาะสมกับบทผู้ช่วยพระเอก
อย่าเล่นบทนางอิจฉาผู้ร้าย
ทักษะที่2 การสื่อสารของผู้บริหารชั้นเยี่ยม
เรียกประชุมชี้แจงให้เกิดกำลังใจ ปลุกเร้า
มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังขายความคิด
จัดระเบียบเวลาให้เหมาะสมวิเคราะห์ผู้ฟังก่อนพบ
เตรียมคำพูดที่เหมาะกลุ่มเป้าหมาย / พยายามพูดให้ผู้ฟังตอบว่า ใช่เสมอ หรือถ้าขัดแย้งต้องบอกว่า “ครับ/คะ…. แต่ว่า”
สื่อความหมายด้วยภาษากาย เพิ่มจากการพูด
เยือกเย็น สุขุม เคลื่อนไหวอย่างราบรื่น
อยู่ในระยะห่างที่เหมาะสม คือเกินมือเอื้อม/ไม่คุกคาม เป็นผู้ฟังที่ดี แสดงความสนใจ
รู้จักจังหวะรุก-ถอยวางตัวเป็นมืออาชีพ
ทักษะที่ 3 การพูดของผู้มีอำนาจเมื่อมีเรื่องสำคัญต้องสั่ง
ประโยคบอกเล่าที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน ใช้คำน้อย ไม่มีคำขยายมาก เป็นภาษาที่ทรงอำนาจ
พูดให้ช้าลง เสียงระดับต่ำ หนักแน่น เยือกเย็น เข้มงวดและชัดเจน
ยืนแบบทหารมั่นคง ไหล่ผึ่ง นัยน์ตามองตรงนิ่ง หน้าเรียบศีรษะนิ่งใส่หน้ากากหิน ควบคุม อากัปกริยาราบเรียบ
การปรากฏตัวให้สำคัญ นั่งในที่เด่น
ทักษะที่ 4 การสร้างภาวะผู้นำขององค์กร
ค้นหาผู้บริหารระดับสูงสุด ผู้อาวุโสเพื่อขอคำแนะนำ
สร้างเครือข่ายทีมงาน เพื่อนในสำนักงาน ผู้บริหารต่างหน่วยงานเพื่อใช้ประโยชน์ในการประสานงาน
รับฟังข้อมูลทำการข่าวความเคลื่อนไหว เพื่อรับทราบความเป็นไปของคนในองค์กร มีสารทุกข์สุกดิบ คับข้องใจเรื่องใด
ค้นหาดาวรุ่งพุ่งแรงที่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงสุด ทำงานให้เขาประทับใจต้องทำงานให้ผู้ บริหารระดับสูงหลายคนไปพร้อมกัน
เสนอตนเองต่อที่ชุมชน ในที่ประชุม ในงานสังสรรค์
ไม่เล่นหรือแข่งขันในสิ่งที่ไม่ถนัด หลีกความพ่ายแพ้
เมื่อเรามีทักษะต่าง ๆ ที่ดีในการบริหาร
เราก็จะกลายเป็นผู้บริหารมืออาชีพนั่นเอง
คำสำคัญ (keywords): บุคลิกภาพของผู้บริหารในอนาคต
สร้าง: 06 มกราคม 2553 23:06 · แก้ไข: 05 เมษายน 2555 09:35
· อ่าน: 1,506 · ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 0 · สร้าง: ประมาณ 2 ปี ที่แล้ว
ดอกไม้
เข้าระบบ
Facebook
Twitter
Google
ความเห็น
ไม่มีความเห็น
ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้
ชื่อ:
อีเมล:
สามบวกสี่เท่ากับ: อ่านภาษาไทยได้ไหม?
กรุณาคำนวนตัวเลขแล้วใส่ผลลัพธ์เป็นภาษาไทยเพื่อแสดงว่าคุณไม่ใช่สแปม
ข้อความ:
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ เขียนแบบ Markdown ได้
แนบไฟล์:
ชื่อไฟล์ต้องใช้ตัวอักษร a-z, A-Z, 0-9 สัญลักษณ์ขีดกลาง (-) หรือขีดล่าง (_) และห้ามเว้นวรรค
ส่งอีเมลแจ้งด้วยเมื่อรายการนี้มีความเห็นเพิ่มเติม New!
นโยบายการแสดงความเห็น »
บุคลิกภาพของผู้บริหารในอนาคต
ค้นหา เส้นทาง → หน้าแรก → สุขสวัสดิ์ → สมุด (บล็อก) → บุคลิกภาพของผู้บร... → บุคลิกภาพของผู้บร...
ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มรภ.อบ.ขอเชิญอบรมเชิงปฏิบัติการ“จิตตปัญญาศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน” 24-26...
งานมหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี
"เรียนรู้งานบรรณาธิการเบื้องต้น กับ Praphansarn Academy"
"ปฏิบัติธรรมอย่างไร ใจเป็นสุข" โดย พระอาจารย์ มานพ อุปสโม
พิธีเจริญพระพุทธมนต์ มหาสมัยสูตร ประจำปี ๒๕๕๕
มีต่อ »
หมวดหมู่
ข่าวจิตอาสา
ข่าวอบรม สัมมนา ประชุม
ข่าวรับสมัครงาน
ข่าวประกวดราคา จัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวการศึกษา
ข่าววิจัย
ข่าวทั่วไป
New! เชิญใช้งาน ClassStart.org ระบบจัดการชั้นเรียนออนไลน์ บริการฟรีแก่ทุกสถานศึกษา ไม่มีข้อจำกัด
GotoKnow
เกี่ยวกับ Gotoknow.org
องค์กรที่ดูแล GotoKnow.org
บล็อก UsableLabs
GotoKnow twitter
Facebook : Group | Fan Page
ศูนย์ข้อมูล ยา : โรค : Lab Tests : สมุนไพร
ClassStart.org ฟรี! สร้างชั้นเรียนออนไลน์
ความช่วยเหลือ
ขอ Password ใหม่
หลักการเขียนบล็อก
ความสามารถระบบ (Features)
บล็อก: เครื่องมือจัดการความรู้
โครงการ Blog to Book
คู่มือการใช้ GotoKnow (ฉบับย่อ) .pdf
นโยบาย
นโยบายสิทธิส่วนบุคคล
เงื่อนไขการใช้บริการ
แนวทางการเขียนอย่างไม่ละเมิดลิขสิทธิ์
สัญญาอนุญาต
GotoKnow ทำงานได้ดีกับ Google Chrome
GotoKnow.org เป็นบริการสังคมของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
GotoKnow.org (เข้าสู่ปีที่ 7) ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ภายใต้เงื่อนไขการใช้บริการที่สมาชิกไม่หวังผลทางการค้า
โดยได้รับการสนับสนุนหลักโดย ศูนย์สร้างสุข สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/325538?
http://suriyadetaro.igetweb.com
หน้าแรก บทความ เว็บบอร์ด รวมรูปภาพ ติดต่อเรา
ค้นหา ประเภท
สถิติ
เปิดเว็บ 04/04/2010
อัพเดท 09/05/2010
ผู้เข้าชม 14,171
เปิดเพจ 20,628
บริการ
หน้าหลัก
หน้าบทความ
เวบบอร์ด
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
การศึกษา
การจัดการศึกษาไทยที่ยึดติดรูปแบบของภาษาจะมุ่งพัฒนาประเทศให้เป็นนานาชาติหรือเป็นทาสรับใช้ต่างชาติกันแน่?
ปัญหาจริยธรรม: ปัญหาที่ท้าทายต่อระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน
การศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน
ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคต
ย้ายครูจนโรงเรียนพัง!
บทความการพัฒนาครูสู่เทคโนโลยีสื่อการสอน
สุขภาพ
คุณเป็นแค่หวัดธรรมดาหรือโรคภูมิแพ้กันแน่
อาการ 'หอบ'
สุขภาพดีด้วย สีบำบัด (Color Therapy)
"น้ำต้มเดือด" หลายครั้งอันตราย !
สัญญาณบอกอาการไส้ติ่งอักเสบ
ฟอกสีฟันให้ขาว ... ควรทำอย่างไร
สาระดี
ประชาธิปไตยที่ “มนุษย์เท่าเทียมกัน”
ช็อกโกแลตสื่อแทนรักมอบจิตแจ่มใส
แนะวิธีการเลือกหมอน
ภูเขาไฟ
เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีโลก!
การไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทร
ลิ้งก์ตัวอักษร
iGetWeb.com
เว็บสำเร็จรูป ทำเว็บ สร้างเว็บ
หน้าแรก>บทความ>ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคต
ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคต
02/05/2010 View: 3,643
สรุปสาระสำคัญของบทความ
ภาวะผู้นำเป็นกระบวนการที่ผู้นำหรือู้ที่มีภาวะผู้นำ เป็นผู้ที่ชักนำ จูงใจ ชี้นำ ใช้อิทธิพลหรืออำนาจที่มีอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้หรือกระตุ้นให้หรือชี้นำให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาให้ยินดี เต็มใจ พร้อมใจ ยินดีในการกระทำการ ให้มีความกระตือรือร้นหรือร่วมดำเนินการอย่าใดอย่างหนึ่งตามที่ผู้นำต้องการหรือตามที่ผู้นำต้องการให้มีพฤติกรรมไปในทิศทางที่เขาชักนำในการทำงานหรือดำเนินกิจกรรมที่ผู้นำนั้นรับผิดชอบหรือตามที่ผู้นำนั้นต้องการ ซึ่งสิ่งที่ผู้นำในโรงเรียนในอนาคต ควรมีเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาภาวะผู้นำ อย่างน้อยน่าจะประกอบด้วยสิ่งสำคัญเหล่านี้ 1) ความสามารถเชิงวิสัยทัศน์ การวางแผนและการกำหนดเป้าหมายขององค์การ
2) ความสามารถในการทำงานแบบมีส่วนร่วม 3) ความสามารถในการสื่อสารแบบมีประสิทธิผล 4) ความสามารถในกาสร้างทีมงาน 5) ความสามารถในการดำเนินกระบวนการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม 6) ความสามารถในการจัดการกับปัญหา 7) ความสามารถในเรื่องการสร้างสรรค์นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์และการริเริ่มในการเปลี่ยนแปลงองค์การ
ความคิดเห็นต่อบทความ
เป็นบทความที่อธิบายถึงบทบาทและแนวทางในการปฏิบัติของผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคตที่ควรนำมาพิจารณา ในการบริหารงานในสถานศึกษา ว่ามีความสามารถในแต่ละด้านแล้วหรือยัง ซึ่งความสามารถเหล่านั้นเป็นความสามารถที่ ถ้าผู้บริหารคนใดมีมากก็จะทำให้บริหารงานในหน่วยงานของตนได้ดี
การนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน
จากบทความภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคตนี้ แนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้คือ นำเอาองค์ความรู้นี้ไปวิเคราะห์ว่ามีประเด็นใดที่สมารถจะดำเนินการได้ก่อน-หลังตามลำดับและนำไปส่งเสริมให้บุคลากรในสถานศึกษามีความสามารถในแต่ละด้านที่กล่าวถึง เพราะการเป็นผู้นำนั้นไม่ได้หมายถึงเฉพาะผู้ที่เป็นผู้บริการสถานศึกษาเท่านั้น แต่บุคลากรทุกคนในสถานศึกษาจะต้องมีความรู้และความสามารถดังกล่าวด้วย เพราะในบางสถานการณ์ก็ต้องเป็นผู้นำในบางเรื่องเช่นเดียวกัน ตามทฤษฎีการบริหารตามสถานการณ์ เพื่อการทำงานท่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพต่อไป
Share
ความคิดเห็น
1
25/02/2012 15:43
แสดงความคิดเห็น
**
Font Family
Font Size
Path: p
*
เว็บไซต์สำเร็จรูป เว็บสำเร็จรูป ทำเว็บ ทำเว็บไซต์ สร้างเว็บ สร้างเว็บไซต์ ออกแบบเว็บ ออกแบบเว็บไซต์ เขียนเว็บไซต์ สร้างเว็บฟรี เว็บฟรี
หน้าแรก บทความ เว็บบอร์ด รวมรูปภาพ ติดต่อเรา
Copyright 2005-2012 การบริหารการศึกษา All rights reserved. Engine by iGetWeb.com
http://suriyadetaro.igetweb.com/index.php?mo=3&art=440220
http://www.youtube.com/watch?v=dfuniD6wvbw